ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังการผ่าตัดในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ แผนกผู้ป่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลสกลนคร

Effects of an Educational Program on Self-Care Knowledge and Behaviors after Surgery among Colorectal Cancer Patients Surgical Department Sakon Nakhon Hospital

Authors

  • Awadee Singsupan Surgical Nursing Division, Sakon Nakhon Hospital, Sakon Nakhon Province, THAILAND.

DOI:

https://doi.org/10.55674/ajhe.v4i2.5821

Keywords:

โปรแกรมการให้ความรู้, ความรู้ในการดูแลตนเอง, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, มะเร็งลำไส้ใหญ่

Abstract

       ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่หลังการผ่าตัดต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านการดูแลแผล โภชนาการ การขับถ่าย การเคลื่อนไหว และในบางรายต้องดูแลทวารเทียม ซึ่งจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเตรียมความพร้อมก่อนกลับไปดูแลตนเองที่บ้าน การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม และศึกษาความพึงพอใจต่อโปรแกรมในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้รับการผ่าตัดแผนกผู้ป่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลสกลนคร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และเข้ารับการรักษาในช่วงศึกษาจำนวน 42 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการให้ความรู้ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test

        ผลการวิจัย พบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม คะแนนความรู้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 7.74 (SD = 3.57) เป็น 17.57 (SD = 1.89) โดยมีผลต่างค่าเฉลี่ย 9.83 คะแนน (95% CI = 8.51–11.15, p < .001) และคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2.29 (SD = 0.45) เป็น 4.40 (SD = 0.44) โดยมีผลต่างค่าเฉลี่ย 2.11 คะแนน (95% CI = 1.95–2.27, p < .001) ความพึงพอใจต่อโปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.57, SD = 0.49) โปรแกรมการให้ความรู้ช่วยเพิ่มความรู้และส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังการผ่าตัด และสามารถใช้เป็นแนวทางเตรียมความพร้อมก่อนผู้ป่วยกลับไปดูแลตนเองที่บ้านได้

References

(1) World Health Organization. Cancer [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024 [cited 2025 May 1]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cancer

(2) Sung H, Ferlay J, Siegel RL, Laversanne M, Soerjomataram I, Jemal A, et al. Global cancer statistics 2020: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 36 cancers in 185 countries. CA Cancer J Clin. 2021;71(3):209-49.

(3) Siegel RL, Miller KD, Goding Sauer A, Fedewa SA, Butterly LF, Anderson JC, et al. Colorectal cancer statistics, 2020. CA Cancer J Clin. 2020;70(3):145-64.

(4) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์. สถิติโรคมะเร็งในประเทศไทย. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

(5) National Comprehensive Cancer Network. NCCN clinical practice guidelines in oncology: colon cancer. Version 3.2024. Plymouth Meeting (PA): National Comprehensive Cancer Network; 2024.

(6) Gustafsson UO, Scott MJ, Hubner M, Nygren J, Demartines N, Francis N, et al. Guidelines for perioperative care in elective colorectal surgery: Enhanced Recovery After Surgery (ERAS®) Society recommendations: 2018. World J Surg. 2019;43(3):659-95.

(7) Wang H, Zhang J, Sun Y, Liu T, Wu X. Risk factors for 30-day readmission after colorectal cancer surgery: a systematic review and meta-analysis. J Gastrointest Surg. 2020;24(2):485-98.

(8) สมศรี วิบูลย์กุล. ความวิตกกังวลและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่มีลำไส้เปิดออกทางหน้าท้อง [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2560.

(9) Orem DE. Nursing: concepts of practice. 6th ed. St. Louis (MO): Mosby; 2001.

(10) โรงพยาบาลสกลนคร, กลุ่มงานเวชระเบียน. ข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เข้ารับการผ่าตัด. สกลนคร: โรงพยาบาลสกลนคร; 2567.

(11) วิภารัตน์ ผิวอ่อน, ธัญญ์ชยา วุฒิ, ปรัศนี ศรีกัน. ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงที่รับยาเคมีบำบัดแบบที่บ้าน โรงพยาบาลน่าน. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ. 2566;24(3):78-93.

(12) ชลิตา วงศ์สวัสดิ์. ผลของการให้ข้อมูลทางการพยาบาลต่อความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียม [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2561.

(13) Bloom BS, Hastings JT, Madaus GF. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.

(14) Best JW. Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1977.

(15) Polit DF, Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 10th ed. Philadelphia (PA): Wolters Kluwer; 2017.

(16) George D, Mallery P. IBM SPSS statistics 26 step by step: a simple guide and reference. 16th ed. New York: Routledge; 2019.

Downloads

Published

2026-09-22

How to Cite

Singsupan, A. (2026). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังการผ่าตัดในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ แผนกผู้ป่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลสกลนคร: Effects of an Educational Program on Self-Care Knowledge and Behaviors after Surgery among Colorectal Cancer Patients Surgical Department Sakon Nakhon Hospital. วารสารวิชาการสุขภาพและสิ่งแวดล้อม, 4(2), 5821. https://doi.org/10.55674/ajhe.v4i2.5821