ประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับสมาธิบำบัดต่ออาการหายใจลำบาก และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลเต่างอย จังหวัดสกลนคร

The Effectiveness of a Symptom Management Program with Meditation Therapy on Dyspnea and Quality of Life among Patients with Chronic Obstructive Pulmonary Disease at Tao Ngoi Hospital, Sakon Nakhon Province

Authors

  • Sangratchanee Oungmeepit Tao Ngoi Hospital, Tao Ngoi District, Sakon Nakhon Province, THAILAND

DOI:

https://doi.org/10.55674/ajhe.v4i2.6025

Keywords:

ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, สมาธิบำบัด SKT3, อาการหายใจลำบาก, คุณภาพชีวิต

Abstract

       การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการกับอาการร่วมกับสมาธิบำบัดต่ออาการหายใจลำบากและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลเต่างอย จังหวัดสกลนคร กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเต่างอย จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 จำนวน 44 คน สุ่มตัวอย่างแบบง่ายเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 22 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับสมาธิบำบัดและกลุ่มเปรียบเทียบได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบประเมินอาการหายใจลำบาก และแบบสอบถามคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อฉบับภาษาไทย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบความแตกต่างด้วย independent T-test และ paired t-test

        ผลการวิจัย พบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยอาการหายใจลำบากของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมต่ำกว่าก่อนการทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) และคะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)  2) หลังการทดลองกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยอาการหายใจลำบากต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) หลังการทดลองกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) สรุปได้ว่า โปรแกรมการจัดการกับอาการร่วมกับสมาธิบำบัด มีประสิทธิผลในการลดอาการหายใจลำบากและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

References

(1) อัชฌาณัฐ วังโสม. การจัดการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2559; 27(1): 2 – 12.

(2) กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. จำนวนและอัตราตายด้วยโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองโรคไม่ติดต่อ; 2566 [เข้าถึงเมื่อ วันที่ เดือน ปี]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/mission/documents

(3) เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์. สถานการณ์โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยและเขตบริการสุขภาพที่ 8 [เอกสารประกอบการบรรยาย]. ใน: การประชุมและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD Clinic Model) เขตบริการสุขภาพที่ 8; 20 พฤศจิกายน 2568; โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม.

(4) งานเวชสถิติ โรงพยาบาลเต่างอย. สถิติผู้ป่วยโรงพยาบาลเต่างอย [ข้อมูลสถิติภายในโรงพยาบาล]. สกลนคร: โรงพยาบาลเต่างอย; 2568.

(5) สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์; 2565.

(6) Dodd M, Janson S, Facione N, Faucett J, Froelicher ES, Humphreys J, et al. Advancing the science of symptom management. J Adv Nurs. 2001;33(5):668–76. doi:10.1046/j.1365-2648. 2001.01697.x

(7) สมพร กันทรดุษฎี-เตรียมชัยศรี. การทำสมาธิเพื่อการเยียวยาสุขภาพ. นครปฐม: เพชรเกษมพริ้นติ้งกรุ๊ป; 2554.

(8) อรสา ปิ่นแก้ว, วารี กังใจ, สหัทยา รัตนจรณะ. ผลของโปรแกรมการจัดการร่วมกับสมาธิบำบัดต่ออาการหายใจลำบาก ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด และความวิตกกังวลของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2564; 29 (2): 59 – 70.

(9) Burns N, Grove SK. The practice of nursing research: conduct, critique, and utilization. 5th ed. St. Louis (MO): Elsevier Saunders; 2005.

(10) Gift AG, Narsavage G. Validity of the numeric rating scale as a measure of dyspnea. Am J Crit Care. 1998; 7 (3): 200 – 4.

(11) WHOQOL Group. Development of the WHOQOL: rationale and current status. Int J Ment Health. 1994;23 (3): 24 – 56.

(12) ราเชนทร์ สุโท. ผลของโปรแกรมการพยาบาลสนับสนุนการจัดการตนเองต่ออาการหายใจลำบากในผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2565.

(13) ธาดา วินทะไชย. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อสมรรถภาพปอดของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2560.

(14) กรวรรณ จันทพิมพะ. ผลของโปรแกรมการบำบัดทางการพยาบาลต่อสมรรถนะทางกายและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 2550;1 (1): 5 7– 70.

(15) โชติยา สังเสวก. ผลของโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.

(16) พิชญา บัวรุ่ง. ผลของโปรแกรมการจัดการกับอาการต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยจิตเภท [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2562.

Downloads

Published

2026-09-28

How to Cite

Oungmeepit, S. (2026). ประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับสมาธิบำบัดต่ออาการหายใจลำบาก และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลเต่างอย จังหวัดสกลนคร: The Effectiveness of a Symptom Management Program with Meditation Therapy on Dyspnea and Quality of Life among Patients with Chronic Obstructive Pulmonary Disease at Tao Ngoi Hospital, Sakon Nakhon Province . วารสารวิชาการสุขภาพและสิ่งแวดล้อม, 4(2), 6025. https://doi.org/10.55674/ajhe.v4i2.6025