วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD <p>วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข มีนโยบายเพื่อเผยแพร่บทความวิจัย (Research Paper) และบทความวิชาการ (Academic Paper) ด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุข โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ แพทย์ พยาบาล นักสาธารณสุขทุกสาขา และผู้สนใจในด้านระบบบริการสุขภาพ</p> สมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ th-TH วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข 3057-1901 ประสิทธิผลการติดตามดูแลผู้เสพยาเสพติดโดยชุมชนมีส่วนร่วม ในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทู้ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/5734 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอาการของผู้ใช้สารเสพติด คุณภาพชีวิต และความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการติดตามบำบัดและการกลับไปเสพซ้ำ ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมการติดตามดูแลโดยชุมชนมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด CBTx ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทู้ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จำนวน 34 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมการติดตามดูแลโดยทีม 511 ระยะเวลา 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม 4 ส่วน ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินอาการของผู้ใช้สารเสพติด แบบประเมินคุณภาพชีวิต และแบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการติดตามบำบัดและการกลับไปเสพซ้ำ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบทีชนิดกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน (paired sample t-test) ที่ระดับนัยสำคัญ .05</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 20–30 ปี การศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สถานภาพโสด ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป สารเสพติดที่ใช้มากที่สุด คือ ยาบ้า เริ่มใช้เมื่ออายุ 15–18 ปี ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม คะแนนเฉลี่ยของอาการเพิ่มขึ้นจาก 6.50 เป็น 12.32 คุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 10.61 เป็น 20.44 และความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการติดตามบำบัดและการกลับไปเสพซ้ำเพิ่มขึ้นจาก 8.38 เป็น 14.85 โดยทั้งสามด้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; .05) ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นของกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมโปรแกรม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวไม่มีกลุ่มควบคุม จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นผลจากโปรแกรมโดยตรง การศึกษาในอนาคตควรออกแบบให้มีกลุ่มควบคุมและติดตามผลในระยะยาว</p> เสกสันติ์ จันทนะ จริยา มาตราช กนกกร ราชวัตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-27 2026-05-27 4 2 163 173 ผลของการให้ความรู้ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ตำบลเขานิเวศน์ https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/5737 <p>การวิจัยเชิงปริมาณแบบทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research) ชนิดกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้และทักษะการดูแลตนเองก่อนและหลังได้รับความรู้ของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ได้รับการส่งต่อเยี่ยมบ้านในระบบดูแลต่อเนื่อง (THAI COC) จำนวน 30 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบวัดความรู้ และแบบประเมินทักษะการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (Barthel ADL Index) ดำเนินการทดลองโดยพยาบาลวิชาชีพลงพื้นที่ให้สุขศึกษาเรื่องโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านจำนวน 2 ครั้ง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบทีแบบจับคู่ (Paired t-test)</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการให้สุขศึกษา กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นจาก 8.90 เป็น 13.30 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; .001) โดยกลุ่มตัวอย่างมีความรู้ในระดับสูงถึงร้อยละ 86.67 ในส่วนของทักษะการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 88.16 เป็น 91.53 แต่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .069) เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนฐานในระดับที่พึ่งพาตนเองได้ดีอยู่แล้วประกอบกับการฟื้นฟูทักษะทางกายภาพต้องอาศัยระยะเวลา</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สรุปได้ว่า การให้ความรู้ผ่านระบบการเยี่ยมบ้าน (THAI COC) เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการยกระดับความรู้และความตระหนักในการจัดการโรคของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ข้อเสนอแนะจากการศึกษาคือ ควรนำรูปแบบการให้สุขศึกษานี้ไปใช้เป็นมาตรฐานในการเยี่ยมบ้าน และควรบูรณาการการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วยในระยะยาวต่อไป</p> สุนทรี จันทรกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-27 2026-05-27 4 2 174 187