วารสารราชานุกูล https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ <p><strong>ISSN: </strong>3056-9095 (Print)<strong> ISSN: </strong>3056-9168 (Online)</p> <p><strong>กำหนดออก</strong> : 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : </strong>วารสารราชานุกูลมีนโยบายรับตีพิมพ์การศึกษาวิจัยหรือข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูพัฒนาการเด็ก ทั้ง 5 ด้าน อันประกอบด้วย 1) ด้านการเคลื่อนไหว ทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor) และกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor) 2) ด้านสติปัญญา/การรู้คิด (Intelligence/Cognition) 3) ด้านภาษาและการสื่อสาร ทั้งการเข้าใจภาษา (Receptive Language) และการใช้ภาษา (Expressive Language) 4) ด้านการช่วยเหลือตนเอง (Self-help personal) และ 5) ด้านทักษะอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Skills) รวมไปถึงภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disability) และโรคพัฒนาการระบบประสาท (Neurodevelopmental Disorders) อื่นๆ โรคที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการเด็ก (Child Developmental Disorders) และยังรวมถึงสุขภาพจิตเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว ภายใต้กระบวนการค้นคว้าของสหสาขาวิชาชีพสาขาต่างๆ ได้แก่ แพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักจิตวิทยาคลินิก นักสังคมสงเคราะห์ เภสัชกร นักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด นักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย นักการศึกษา นักวิชาการศึกษาพิเศษ นักโภชนาการ นักเทคนิคการแพทย์ และอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง”</p> th-TH <p>ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ขอรับรองว่า ต้นฉบับที่เสนอมานี้ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์และไม่ได้อยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาตีพิมพ์ลงในวารสารหรือสิ่งตีพิมพ์อื่นใด ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาต้นฉบับ ทั้งยินยอมให้กองบรรณาธิการมีสิทธิ์พิจารณาและตรวจแก้ต้นฉบับได้ตามที่เห็นสมควร พร้อมนี้ขอมอบลิขสิทธิ์ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ให้แก่วารสารราชานุกูล กรณีมีการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับภาพ กราฟ ข้อความส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือ ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในผลงาน ให้เป็นความรับผิดชอบของข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) แต่เพียงฝ่ายเดียว และหากข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ประสงค์ถอนบทความในระหว่างกระบวนการพิจารณาของทางวารสาร ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาบทความนั้น</p> journal.raja2014@gmail.com (Chadapim Phoasavasdi) journal.raja2014@gmail.com (Chindanai chaisena) Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ผลของโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติก ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดอำนาจเจริญ https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/3613 <p><strong>วัตถุประสงค์ </strong>เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติก ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดอำนาจเจริญ</p> <p><strong>วัสดุและวิธีการ</strong> การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi experimental study) โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selected) ในกลุ่มเด็กออทิสติก อายุ 3-6 ปี ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 22 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามวัดระดับความสามารถการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและทักษะทางสังคม วิเคราะห์ข้อมูลก่อนและหลังได้เข้าร่วมโปรแกรมด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ด้วยวิธีเปรียบเทียบผลภาพรวม โดย Wilcoxon Signed-Rank Test</p> <p><strong>ผล </strong>เด็กออทิสติกที่เข้าร่วมโปรแกรมฯ มีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กเพิ่มขึ้นอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.01) และค่าคะแนนเฉลี่ยทักษะการเข้าสังคมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt; 0.01)</p> <p><strong>สรุป </strong>โปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กออทิสติกช่วยส่งเสริมให้เด็กออทิสติกมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและทักษะทางสังคมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ</p> พุธิพร อินทุภูติ, ธีระพล สุดสวาท, ปิยะดา ภาษี, อมรธีร์ ศรีสะอาด, พัทธจารี กระแสเสน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พุธิพร อินทุภูติ, ธีระพล สุดสวาท, ปิยะดา ภาษี, อมรธีร์ ศรีสะอาด, พัทธจารี กระแสเสน https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/3613 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 ประสิทธิภาพของการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาริสเพอริโดน ณ สถาบันราชานุกูล https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/5240 <p><strong>วัตถุประสงค์ </strong>เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานการบริบาลทางเภสัชกรรมต่อการแก้ไขปัญหาด้านการใช้ยาในผู้ป่วยที่ได้รับยาริสเพอริโดน (Risperidone) เป็นครั้งแรก ณ สถาบันราชานุกูล</p> <p><strong>วัสดุและวิธีการ</strong> การวิจัยเชิงพรรณนาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาริสเพอริโดนเป็นครั้งแรกในสถาบันราชานุกูล ระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 ถึงกันยายน พ.ศ. 2565 เก็บรวบรวมข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาลและเวชระเบียนผู้ป่วย รวมถึงข้อมูลปัญหาจากการใช้ยา วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไขปัญหาจากแบบบันทึกการให้คำปรึกษาด้านยา ปัญหาจากการใช้ยาถูกจัดประเภทตามแนวทาง Pharmaceutical Care Network Europe (PCNE) ประเมินความร่วมมือในการใช้ยาด้วยแบบประเมิน Brief Adherence Rating Scale (BARS) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และใช้สถิติ Paired t-test เพื่อเปรียบเทียบคะแนนความร่วมมือในการใช้ยาก่อนและหลังได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรม</p> <p><strong>ผล </strong>จากผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 211 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 77.25 อายุเฉลี่ย 7.24 ± 7.10 ปี ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคออทิสติก ร้อยละ 52.13 และโรคสมาธิสั้น ร้อยละ 23.70 ขนาดยาริสเพอริโดนเริ่มต้นเฉลี่ย 0.42 ± 0.33 มิลลิกรัมต่อวัน พบปัญหาจากการใช้ยา 148 ปัญหา โดยส่วนใหญ่เป็นอาการไม่พึงประสงค์จากยา ความไม่ร่วมมือในการใช้ยา และความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยา คิดเป็นร้อยละ 45.95, 29.73 และ 24.32 ตามลำดับ การบริบาลทางเภสัชกรรมร่วมกับการติดตามผลสามารถแก้ไขปัญหาได้ร้อยละ 81.08 สำหรับผู้ป่วยที่พบปัญหา ความไม่ร่วมมือในการใช้ยา คะแนนความร่วมมือในการใช้ยาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากค่าเฉลี่ย 44.23 ± 26.08 เป็น 97.05 ± 11.33 คะแนน หลังได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรม</p> <p><strong>สรุป </strong>การบริบาลทางเภสัชกรรมที่ครอบคลุมการให้ข้อมูลด้านยา การให้คำปรึกษา และการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถค้นหาและแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการใช้ยาอย่างเหมาะสมในผู้ป่วยที่เริ่มรักษาด้วยยาริสเพอริโดน จึงจะทำให้เภสัชกรสามารถให้บริบาลทางเภสัชกรรมได้อย่างเป็นระบบและครอบคลุมปัญหาได้มากขึ้น</p> พัณณพัฒน์ พรรณ์แผ้ว, จินตนา ปรัชญาสันติ, ชมภูนุช สุคนธวาร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พัณณพัฒน์ พรรณ์แผ้ว, จินตนา ปรัชญาสันติ, ชมภูนุช สุคนธวาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/5240 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความกังวลใจของผู้ปกครองเรื่องสุขภาพช่องปากของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 กรณีศึกษาสถาบันราชานุกูล https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/4743 <p><strong>วัตถุประสงค์ </strong>เพื่อศึกษาความกังวลของปัญหาในช่องปากของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา ความกังวลของผู้ปกครองต่อสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 และความสัมพันธ์ของความกังวลต่อปัญหาในช่องปากของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาที่มีต่อสุขภาวะทั่วไปของผู้ปกครอง</p> <p><strong>วัสดุและวิธีการ</strong> การวิจัยเชิงบรรยาย กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการศึกษา ได้แก่ ผู้ปกครองผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาที่มารับบริการทันตกรรมที่สถาบันราชานุกูลระหว่างเดือน ธันวาคม 2563 – มกราคม 2565 จำนวน 293 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามความกังวลของผู้ปกครองเรื่องปัญหาช่องปากของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและหาความสัมพันธ์ระหว่างความกังวลต่อปัญหาในช่องปากของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาและสุขภาวะทั่วไปของผู้ปกครองโดยใช้สถิติไคสแควร์</p> <p><strong>ผล </strong>ผู้ปกครอง ฯ ผู้มีความกังวลเรื่องอาการปวดฟันของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญามากที่สุด (ร้อยละ 31.5) รองลงมาเป็นเรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา เช่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุจากความเจ็บปวดในช่องปาก (ร้อยละ 21) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาโรคในช่องปากผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาและสภาวะสุขภาพจิตของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลผู้บกพร่องทางสติปัญญาโดยใช้สถิติไคสแควร์ พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน (χ²(3) = 2.031, p = .566)</p> <p><strong>สรุป </strong>ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 ผู้ปกครองของมีความกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัยช่องปากของบกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา เนื่องจากอาจส่งผลต่อปัญหาพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น</p> พิมพิไล ลิ้มสมวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พิมพิไล ลิ้มสมวงศ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/4743 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาหลักสูตรการเตรียมความพร้อมสู่การทำงานแก่ผู้บกพร่องทางสติปัญญา สำหรับผู้ฝึกสอนงาน https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/5475 <p><strong>วัตถุประสงค์ </strong>เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเตรียมความพร้อมสู่การทำงานแก่ผู้บกพร่องทางสติปัญญาสำหรับผู้ฝึกสอนงาน</p> <p><strong>วัสดุและวิธีการ</strong> เป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงบรรยายเกี่ยวกับสถานการณ์ความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมด้านการทำงานของผู้บกพร่องทางสติปัญญา ใช้การวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหาเชิงระบบจากการทบทวนวรรณกรรม ระยะที่ 2 การวิจัยแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาหลักสูตรฯ โดยใช้กระบวนการสนทนากลุ่มในการถอดบทเรียนและวิพากษ์องค์ความรู้ที่ฝังในตัวผู้ปฏิบัติงาน ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 20 คน จากนั้นผู้วิจัยนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้ไปออกแบบร่างหลักสูตรการเตรียมความพร้อมผู้บกพร่องทางสติปัญญาสู่การทำงานที่มีองค์ประกอบดังนี้ 1) โครงสร้างหลักสูตร 2) คู่มือเตรียมความพร้อมสู่การทำงานแก่ผู้บกพร่องทางสติปัญญา สำหรับผู้ฝึกสอนงาน 3) โปรแกรมการฝึกทักษะพื้นฐานการทำงานและทักษะการปรับตัวทางสังคม แล้วนำองค์ประกอบทั้งหมดไปตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้บกพร่องทางสติปัญญา และการเตรียมความพร้อมผู้บกพร่องทางสติปัญญาสู่การทำงานจำนวน 3 คน จากนั้นหาค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์ โดยใช้แนวทางการตรวจสอบหลักสูตรแบบยึดจุดมุ่งหมายเป็นหลักของ Tyler ซึ่งเป็นรูปแบบการประเมินที่เน้นการตัดสินคุณค่าตามจุดมุ่งหมาย เป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร สุดท้ายนำร่างหลักสูตรฯ ไปทดลองใช้ในกลุ่มใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5 คน แล้วเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจริงกับผลที่คาดหวังไว้ ด้วยสถิติ ค่าเฉลี่ย</p> <p><strong>ผล </strong>ร่างหลักสูตรฯ ได้ค่าความสอดคล้องเท่ากับ 0.87 และจากการนำไปทดลองใช้ พบว่า มีค่าเฉลี่ยทักษะสังคมและทักษะพื้นฐานการทำงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 76.95 เป็น ร้อยละ 80.95 เมื่อสิ้นสุดโปรแกรมฯ</p> <p><strong>สรุป </strong>หลักสูตรการเตรียมความพร้อมผู้บกพร่องทางสติปัญญาสู่การทำงานสำหรับผู้ฝึกสอนงานที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพ เหมาะสำหรับนำไปให้ผู้ฝึกสอนงานใช้กับผู้บกพร่องทางสติปัญญา</p> ปรารถนา รัตนถิรวรรณ, วรัฎฐา เจริญ, วัลยา บางม่วงงาม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ปรารถนา รัตนถิรวรรณ, วรัฎฐา เจริญ, วัลยา บางม่วงงาม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/5475 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 ‘Creativity’ ศิลปะแห่งกิจกรรมบำบัด https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/3766 <p>ความคิดสร้างสรรค์เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการคิดนอกกรอบ แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และมีคุณค่า ไม่ว่าจะในด้านศิลปะ ดนตรี หรือการใช้ชีวิตประจำวัน โดยความคิดสร้างสรรค์ถูกนิยามว่าเป็นความสามารถในการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่หรือผลงานใหม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศาสตร์กิจกรรมบำบัด โดยนำความคิดสร้างสรรค์และกิจกรรมสร้างสรรค์มาใช้เป็นเครื่องมือในการฟื้นฟู ส่งเสริมการคิดเชิงบวก และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในชีวิต ผ่านกระบวนการที่คำนึงถึงความต้องการเฉพาะตัวของผู้รับบริการภายใต้แนวคิด “การมีผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง”</p> <p>องค์ประกอบสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วย 1) ความเชี่ยวชาญ 2) ทักษะการคิดสร้างสรรค์ และ 3) แรงจูงใจ ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันนวัตกรรมและการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อย่างเหมาะสมจึงควรสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน กิจกรรมที่ท้าทายกำลังดี ให้ตัวเลือกที่หลากหลาย และผสานความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม</p> <p>ตัวอย่างเช่น การปรับกิจกรรมการทำ “ขนมบัวลอย” ให้เป็น “บัวลอยแฟนซี” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมออกแบบรูปร่างและสีสันตามความชอบ ช่วยกระตุ้นแรงจูงใจจากภายใน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสื่อสารในกลุ่ม นอกจากนี้ การมอบหมายให้แต่ละคนจดจ่อกับการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองยังส่งเสริมความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเองอีกด้วย</p> ณัฐสุดา นวลสำลี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ณัฐสุดา นวลสำลี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/3766 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความพึงพอใจในงานของผู้บกพร่องทางสติปัญญาที่ได้รับการจ้างงาน ในสถานประกอบการ : กรณีศึกษา สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/3388 <p>สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะพื้นฐานการทำงานแก่&nbsp; ผู้บกพร่องทางสติปัญญา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้บกพร่องทางสติปัญญาด้านทักษะพื้นฐานการทำงาน และจัดหางานให้ผู้บกพร่องทางสติปัญญาได้ประกอบอาชีพในสังคม โดยมีนักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้รับผิดชอบหลัก (Case Manager) ในลักษณะเป็นผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach) และมีกระบวนการติดตามการทำงานในสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง จากผลการดำเนินงานการเตรียมความพร้อมผู้บกพร่องทางสติปัญญาสู่การทำงานในสถานประกอบการหรือธุรกิจครอบครัว ในปี 2564 – 2566 พบว่า ในปี 2564 มีผู้บกพร่องทางสติปัญญาได้รับการจ้างงานตามมาตรา 33 จำนวน 4 คน และมีอาชีพและมีรายได้ตามมาตรา 35 จำนวน 9 คน ปี 2565 มีผู้บกพร่องทางสติปัญญาได้รับการจ้างงานตามมาตรา 33 จำนวน 13 คน และมีอาชีพและมีรายได้ตามมาตรา 35 จำนวน 13 คน และปี 2566 มีผู้บกพร่องทางสติปัญญาได้รับการจ้างงานตามมาตรา 33 จำนวน 35 คน และมีอาชีพและรายได้ตามมาตรา 35 จำนวน 5 คน (สถาบันราชานุกูล, 2566) จากสถิติจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้บกพร่องทางสติปัญญาได้รับการจ้างงานมีอัตราสูงขึ้น แต่การได้รับการจ้างงานไม่ได้การันตีว่าจะมีความมั่นคงและประกอบอาชีพในระยะเวลายาว เนื่องจากการทำงานต้องมีหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดความพึงพอใจในงาน ซึ่งความพึงพอใจในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลทำให้สามารถทำงานได้เต็มตามศักยภาพและทำงานได้ในระยะยาว โดยผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพส่งผลทำให้ผู้บกพร่องทางสติปัญญาสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p> <p>จากการศึกษาความพึงพอใจในงานของผู้บกพร่องทางสติปัญญาในโครงการพัฒนาทักษะพื้นฐานการทำงานของผู้บกพร่องทางสติปัญญาในกลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ สถาบันราชานุกูล ผ่านการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารวิชาการ เรื่องผลการพัฒนาผู้บกพร่องทางสติปัญญาสู่การทำงานในสถานประกอบการ กรณีศึกษา สถาบันราชานุกูล และเรื่องความพึงพอใจในงาน (<em>Job satisfaction</em>) ประกอบกับการการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างแบบเผชิญหน้าโดยใช้ระยะเวลาในการสัมภาษณ์ 45 นาที/ราย กับผู้บกพร่องทางสติปัญญาที่ได้รับการจ้างงานในสถานประกอบการจำนวน 4 คน และทำงานในสถานประกอบการอย่างน้อย 1 ปี โดยพบปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบุคคล ด้านงาน ด้านการจัดการและด้านสภาพแวดล้อม ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในงานของผู้บกพร่องทางสติปัญญา ล้วนเป็นแรงจูงใจในการทำงาน ซึ่งส่งผลให้สามารถทำงานได้นาน และมีโอกาสในการก้าวหน้าของอาชีพ อีกทั้งยังส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อีกด้วย</p> ซูฟีย๊ะห์ โวะ, ปรารถนา รัตนถิรวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Sufiyah Wo, Pratthana Rattanatirawan https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he03.tci-thaijo.org/index.php/RJJ/article/view/3388 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700