วารสารการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนครพนม
https://he03.tci-thaijo.org/index.php/bcnnjournal
<p><span lang="TH">วารสารการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนครพนมเป็นวารสารทางวิชาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ</span> <span lang="TH">ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนกระบวนเรียนรู้ของบุคลากรทางการพยาบาล บุคลากรทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ</span></p> <p><strong><span lang="TH" style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">กระบวนการพิจารณาบทความ</span></strong><strong><span style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;"> :</span></strong> <span lang="TH">บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญภายนอกสถาบันอย่างน้อย </span>3 <span lang="TH">ท่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อกันและกัน (</span>double-blind review)</p> <p><strong><span lang="TH" style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">ประเภทของบทความที่รับเผยแพร่</span></strong><strong><span style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;"><br /></span></strong><span lang="TH"><strong>บทความวิจัย</strong> เป็นบทความเชิงวิชาการที่นำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยระเบียบวิธีวิจัยที่ชัดเจน มีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลตามหลักวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่หรือยืนยัน/โต้แย้งองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิม<br /><br /></span><span lang="TH"><strong>บทความวิชาการ</strong> เป็นบทความที่นำเสนอเนื้อหาทางวิชาการโดยอาศัยการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่ออธิบายแนวคิด ทฤษฎี หรือประเด็นทางวิชาชีพ โดยไม่จำเป็นต้องมีการวิจัยเชิงประจักษ์ใหม่ แต่ต้องมีการใช้เหตุผลและหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างชัดเจน<br /><br /><strong>บทความกรณีศึกษา</strong> เป็นบทความเชิงวิชาการที่นำเสนอเหตุการณ์หรือสถานการณ์จริงที่เกี่ยวข้องกับผู้รับบริการสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการอธิบายกระบวนการพยาบาลตั้งแต่การประเมิน การวางแผน การปฏิบัติการพยาบาล และการประเมินผล รวมถึงการสะท้อนคิดเชิงวิชาชีพที่เกิดขึ้นจากการดูแลผู้ป่วยรายบุคคลหรือกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะกรณี</span></p> <p><strong><span lang="TH" style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">ภาษาที่รับตีพิมพ์</span></strong><strong><span style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;"> : </span></strong><span lang="TH">ไทย<br /><br /><strong>ค่าใช้จ่าย <span style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">: </span></strong>ไม่มีค่าใช้จ่ายการตีพิมพ์ในทุกขั้นตอน</span></p> <p><strong><span lang="TH" style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">กำหนดออก</span></strong> <strong><span style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">: 2</span></strong> <span lang="TH">ฉบับต่อปี ฉบับที่ </span>1 <span lang="TH">มกราคม – มิถุนายน</span>, <span lang="TH">ฉบับที่ </span>2 <span lang="TH">กรกฎาคม – ธันวาคม</span></p> <p><strong><span lang="TH" style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">เจ้าของวารสาร</span></strong> <strong><span style="font-family: 'Tahoma',sans-serif;">: </span></strong><span lang="TH">วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม</span></p>
Boromarajonani College of Nursing Nakhon Phanom, Nakhonphanom University
th-TH
วารสารการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนครพนม
2985-0908
-
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดจอประสาทตาหลุดลอก โรงพยาบาลมุกดาหาร
https://he03.tci-thaijo.org/index.php/bcnnjournal/article/view/4961
<p> การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบภาคตัดขวาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดจอประสาทตาหลุดลอกในโรงพยาบาลมุกดาหาร กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจอประสาทตาหลุดลอกที่เข้ารับการติดตามผลในแผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลมุกดาหาร จำนวน 48 คน เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงเดือนกันยายน 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการสนับสนุนจากครอบครัว แบบสอบถามความลำบากในการทำกิจกรรม แบบประเมินความวิตกกังวล และแบบประเมินคุณภาพชีวิตด้านการมองเห็นของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดรักษาจอประสาทตาหลุดลอก การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติอนุมาน ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน<br /> ผลการศึกษาพบว่า คะแนนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดจอประสาทตาหลุดลอกโดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (M = 53.83, SD = 13.86) สำหรับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดจอประสาทตาหลุดลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ โรคประจำตัว (r = -0.134, p = 0.05) และความลำบากในการทำกิจกรรม (r = 0.531, p < 0.001) ส่วนอายุ การสนับสนุนจากครอบครัว และความวิตกกังวล มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดจอประสาทตาหลุดลอกอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ <br /> ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตด้านการมองเห็นของผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดจอประสาทตาหลุดลอกได้รับอิทธิพลมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความลำบากในการทำกิจกรรมและการมีโรคประจำตัว ซึ่งการทำความเข้าใจปัจจัยดังกล่าว จะช่วยให้สามารถพัฒนาแนวทางการดูแลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของผู้ป่วยต่อไป</p>
จิราธิป เหลืองรุ่งโรจน์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนครพนม
2026-02-18
2026-02-18
4 1
e4961
e4961