วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน https://he03.tci-thaijo.org/index.php/pthjo <p><strong>วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน </strong><strong>(</strong><strong>Journal of Hospital and Community Health Research) </strong>เป็นวารสารวิชาการเกี่ยวกับสุขภาพและสาธารณสุข โดยมีจุดประสงค์เพื่อ เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสาธารณสุข รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในด้านการดูแลรักษา พยาบาลผู้ป่วย การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรคและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วย เป็นต้น </p> <p> </p> <p><strong style="font-size: 0.875rem;"> </strong></p> th-TH pthjohos@gmail.com (Dr.Koraphat Artwanischakul ) nestzero2012@gmail.com (พิทักษ์ ตึกสุอินทร์) Tue, 28 Oct 2025 10:49:14 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การพัฒนาแนวทางส่งเสริมการฟื้นตัวหลังผ่าตัดในผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ผ่านกล้อง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ https://he03.tci-thaijo.org/index.php/pthjo/article/view/4423 <p> การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของการพัฒนาแนวทางส่งเสริมการฟื้นตัวหลังผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักผ่านกล้อง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ กลุ่มตัวอย่างได้มาจากการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงกับบุคคลากรที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ป่วย จำนวน 39 คน และผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง จำนวน 27 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ แนวคำถามในการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเหมาะสม แบบประเมินผลการปฏิบัติ และแบบประเมินผลลัพธ์ในการดูแลผู้ป่วย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ทำการศึกษาระหว่างเดือนเมษายนพ.ศ. 2567 – เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2568</p> <p> ผลการวิจัย แนวทางที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 ระยะ 25 กิจกรรม ได้แก่ 1) ระยะ Pre-Operative 9 กิจกรรม ครอบคลุมการให้ข้อมูล การประเมินภาวะสุขภาพและโภชนาการ การเตรียมตัวผ่าตัด และการหลีกเลี่ยงการงดอาหารนานเกินไป 2) ระยะ Intra-Operative 6 กิจกรรม เน้นการผ่าตัดผ่านกล้อง การจัดการสารน้ำที่เหมาะสม และการรักษาอุณหภูมิร่างกาย 3) ระยะ Post-Operative 7 กิจกรรม ส่งเสริมการเคลื่อนไหว การฝึกหายใจ การรับประทานอาหารเร็ว การระงับปวด และการป้องกันคลื่นไส้อาเจียน และ 4) ระยะ Discharge 3 กิจกรรม การให้ข้อมูลครบถ้วนและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ผลการนำไปปฏิบัติ พบว่า บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางได้ร้อยละ 97.07 มีความเหมาะสมระดับมากถึงมากที่สุด (x̄ = 4.23-4.59, SD = 0.28-0.64) ผู้ป่วยมีจำนวนวันนอนเฉลี่ย 7.16 วัน ลดลงจาก 13 วัน ไม่พบภาวะติดเชื้อแผลผ่าตัด พบภาวะรอยต่อลำไส้รั่ว 1 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต</p> <p> แนวทางส่งเสริมการฟื้นตัวหลังผ่าตัดที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริง ส่งผลให้ระยะเวลานอนโรงพยาบาลลดลง ลดภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมคุณภาพการดูแลผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ผ่าตัดผ่านกล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p><strong> </strong></p> สมศักดิ์ บุญหาร พบ. , อรพรรณ สุวรรณวลัยกร พย.บ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน https://he03.tci-thaijo.org/index.php/pthjo/article/view/4423 Tue, 28 Oct 2025 00:00:00 +0700 การศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดไตวายเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวาน ศูนย์สุขภาพชุมชนศุภกาญจน์ จังหวัดสุรินทร์ https://he03.tci-thaijo.org/index.php/pthjo/article/view/4500 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p><strong> </strong>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง (Chronic kidney disease stage 3–5) ในผู้ป่วยเบาหวานที่ศูนย์สุขภาพชุมชนศุภกาญจน์ จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 213 คน ที่ได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสมการถดถอยโลจิสติก (Logistic Regression) กำหนดช่วงความเชื่อมั่นที่ระดับ 95%</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เกิดภาวะไตวายเรื้อรัง คิดเป็นร้อยละ 21.02 เมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น (OR = 1.076, 95% CI = 1.021–1.134) การมีโรความดันโลหิตสูงเป็นโรคร่วม (OR = 3.625, 95% CI = 1.033–12.726) การไม่ออกกำลังกาย (OR = 0.342, 95% CI = 0.130–0.896) การไม่ปฏิบัติตามการใช้ยา (OR = 0.277, 95% CI = 0.090–0.851) และระดับโปรตีนในปัสสาวะ (UACr) (OR = 1.002, 95% CI = 1.000–1.004) มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคไตวายเรื้อรังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อค้นพบนี้สามารถสะท้อนถึงความสำคัญของการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ การติดตามทางคลินิก และการคัดกรองโรคไตเรื้อรังอย่างสม่ำเสมอในผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในป้องกันและชะลอการเสื่อมของไตในระยะเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี</p> ญาณิศา สมบูรณ์เทอดธนา พบ. ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน https://he03.tci-thaijo.org/index.php/pthjo/article/view/4500 Mon, 05 Jan 2026 00:00:00 +0700