ทัศนคติของครูพี่เลี้ยงและความคาดหวังของผู้บริหารที่มีต่อนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ทัศนคติของครูพี่เลี้ยงและความคาดหวังของผู้บริหารต่อวิชาชีพพลศึกษาที่ออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มีความสำคัญในการผลิตบัณฑิตวิชาชีพครูพลศึกษา อย่างมาก การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทัศนคติของครูพี่เลี่ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และ 2) เพื่อศึกษาความคาดหวังของผู้บริหารต่อ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ปีการศึกษา 2564 ทั้ง 4 ภูมิภาค ประชากรเป็นผู้บริหาร จำนวน 243 คน ครูพี่เลี้ยง จำนวน 260 คน โดยใช้แบบสอบถาม 2 แบบ ที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา IOC ได้ 0.80 และนำ เครื่องมือที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญไปทดลองใช้กับครูพี่เลี้ยง 30 คน เพื่อหาความเชื่อมั่นในแบบสอบถาม ได้ค่า 0.91 และของ ผู้บริหารได้ 0.85 วิเคราะห์แบบสอบถามโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ทัศนคติของครูพี่เลี้ยงมีต่อนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ พบว่า ด้านคุณธรรม จริยธรรม มีค่าเฉลี่ย 4.70 อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านความรู้ มีค่าเฉลี่ย 4.38 อยู่ในระดับมาก ทักษะ ทางด้านปัญญา มีค่าเฉลี่ย 4.27 อยู่ในระดับมาก ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ค่าเฉลี่ย 4.64 อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีค่าเฉลี่ย 4.27 อยู่ในระดับมาก ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 4.49 อยู่ในระดับมาก ด้านอัตลักษณ์ มีค่าเฉลี่ย 4.57 อยู่ในระดับ มากที่สุด ด้านคุณลักษณะความเป็นครูค่าเฉลี่ย 4.69 อยู่ในระดับมากที่สุด
2. ความคาดหวังของผู้บริหารต่อนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู พบว่า ความคาดหวังคุณลักษณะด้าน คุณธรรม จริยธรรม มีค่าเฉลี่ย 4.75 อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านความรู้ มีค่าเฉลี่ย 4.43 อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยด้านทักษะ ทางปัญญา มีค่าเฉลี่ย 4.39 อยู่ในระดับมากด้านทักษะสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ มีค่าเฉลี่ย 4.57 อยู่ใน ระดับมากที่สุด การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีค่าเฉลี่ย 4.18 อยู่ในระดับมาก ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 4.49 อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความและข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสาร เป็นทัศนะของผู้เขียน คณะพลศึกษาไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไปผู้ใดประสงค์จะนำข้อความไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
เอกสารอ้างอิง
Suan Dusit University. (2020). Follow-up for graduates with a bachelor's degree for applying
knowledge to graduates' practice. Graduate School: Bangkok.
Pankul, P., & Vacheravarakarn, A. (1999). A Follow-up Study of the Graduates of Rajabhat Institute in
the Rajabhat Rattanakosin Institute Group. Rajabhat Institute.
Peanthong, A. (2013). The Actual Characteristics of Physical Education Institute, Central Region
Campus Students according to Thai Qualifications Framework for Higher Education 2012
(Master's thesis), Srinakharinwirot University.
Office of the Higher Education Commission. (2008). Framework of the Second 15-Year Long Range Plan
on Higher Education A.D. 2008-2022. Bangkok: Office of the Higher Education Commission.
Kanthipwarakul, S. (2016). A Follow-up Project of the Employment Status of Graduates in Physical
Education and Health Education. Faculty of Education, Physical Education Institute, Chiang
Mai Campus. Faculty of Education. Institute of Physical Education, Chiang Mai Campus.
Nuntikul, T. (2011). The undergraduates' TQF levels at Social Sciences Department, Kasetsart
University, Bangkhen. Graduate School: Silpakorn University.
Songsriwittaya, W. (2014). Achievement of Education Management According to the Thai Qualifications
Framework for Higher Education. Master of Industrial Education Program, Computer and
Information Technology Program. Faculty of Industrial Education (Computer and Information
Technology), University Technology Technology King Mongkut Thonburi.