การพัฒนาหนังสือหัตถเวชกรรมไทย เรื่องการนวดกดจุดสัญญาณแบบราชสำนัก ในรูปแบบสื่อความเป็นจริงเสริม (เออาร์)
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการใช้หนังสือหัตถเวชกรรมไทยเรื่องการนวดกดจุด สัญญาณแบบราชสำนักในรูปแบบสื่อความเป็นจริงเสริม (เออาร์) มีกระบวนการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การวิเคราะห์สภาพ ปัญหา 2) การพัฒนา 3) การทดลองใช้ 4) การประเมินผล กลุ่มตัวอย่างมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์ จำนวน 11 คน และกลุ่มทดลองใช้ จำนวน 30 คน เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนกันยายน 2563 ถึงเดือนตุลาคม 2563 เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) ข้อคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึก 2) ข้อคำถามการสนทนากลุ่ม 3) หนังสือ หัตถเวชกรรมไทยเรื่องการนวดกดจุดสัญญาณแบบราชสำนักในรูปแบบสื่อความเป็นจริงเสริม 4) แบบประเมินคุณภาพ 5) แบบทดสอบวัดความรู้ 6) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการใช้สถิติทดสอบทีแบบกลุ่มไม่เป็นอิสระต่อกัน
ผลการวิจัย พบว่า ปัญหาของสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนคือ ภาพไม่ชัดเจน จึงได้พัฒนาหนังสือหัตถเวชกรรม ไทยเรื่องการนวดกดจุดสัญญาณแบบราชสำนักในรูปแบบสื่อความเป็นจริงเสริม (เออาร์) จำนวน 59 หน้า เนื้อหาภายในมี ตัวอักษรและภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียงบรรยาย ซึ่งหลังการใช้พบว่านักศึกษากลุ่มตัวอย่างมีความรู้มากกกว่าก่อนการ ใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และมีความพึงพอใจภาพรวมอยู่ในระดับมาก (4.46 ± 0.50) จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการพัฒนาหนังสือหัตถเวชกรรมไทย เรื่องการนวดกดจุดสัญญาณแบบราชสำนักในรูปแบบสื่อความเป็นจริงเสริม (เออาร์) ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สามารถทบทวนความรู้ได้ตลอดเวลา และเห็นภาพสื่อเสมือนจริงเกี่ยวกับระบบกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หลอดเลือด การแก้อาการ และการรักษาโรคของตำแหน่งจุดสัญญาณในการนวดเหมาะกับ การศึกษาของนักศึกษาในศตวรรษที่ 21
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความและข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสาร เป็นทัศนะของผู้เขียน คณะพลศึกษาไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไปผู้ใดประสงค์จะนำข้อความไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
เอกสารอ้างอิง
Dee-aim, K. (2017). An Instructional Development of Using Augmented Reality for Undergraduate
Students of Nakhon Sawan Rajabhat University. Research and Development Journal Suan
Sunandha Rajabhat University, 9(2), 196-210. from https://tci-thaijo.org
Department of disease control. (2020). Coronavirus disease 2019 (COVID-19). (Online). Retrieved
September 23, 2020, from https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php
Na Songkhla, J. (2018). Digital learning design. Bangkok: Department of Educational Communication
and Technology, Chulalongkorn University.
Phetchroj, R., & Chaniprasat, A. (2021). RESEARCH METHODOLOGY. Bangkok: PhimDi Kan Phim
Sathapornwachana, J., & Muangsun, S. (2013). The Design and Development of Textbook with
Augmented Realty Technology of 3 Dimensions on Illustration. Bangkok: Rajamangala
University of Technology RattanakosinResearch and Development Institute.
Thananuwong, R. (2013). Media to enhance the learning of the virtual world and the real world
(Augmented Reality) Set of sinking and floating. NSTDA Magazine 41(181), 28-31.