การพัฒนารูปแบบการดูแลมารดาขณะรอคลอด ระยะคลอด และหลังคลอด ห้องคลอด โรงพยาบาลเชียงคาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การดูแลมารดาขณะรอคลอด ระยะคลอด และหลังคลอดที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของมารดาและทารก จากสถิติโรงพยาบาลเชียงคาน ปี 2564 - 2566 พบปัญหาการคลอดบนเตียงในห้องรอคลอด
2-3 รายต่อปี ภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกคลอดร้อยละ 8.41-33.11 ต่อ 1,000 ภาวะตกเลือดหลังคลอดร้อยละ 2.54-6.15 และการส่งต่อมารดารอคลอดในระยะ 1st stage of labor ที่คลอด Normal labor
ที่โรงพยาบาลแม่ข่ายร้อยละ 21.42-31.25 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลมารดา
ขณะรอคลอด ระยะคลอด และหลังคลอด ห้องคลอด โรงพยาบาลเชียงคาน เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยมารดาที่คลอดทางช่องคลอด จำนวน 68 ราย และบุคลากร
ที่ปฏิบัติงานในงานการพยาบาลผู้คลอด จำนวน 22 คน ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึง สิงหาคม 2568 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ รูปแบบการดูแลมารดาที่พัฒนาขึ้น แบบบันทึกข้อมูล แบบสอบถามวิธีการเผชิญการ
เจ็บครรภ์คลอด และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย รูปแบบการดูแลมารดาที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ ระยะรอคลอด (ใช้ Partograph คัดกรองความเสี่ยง สอนการหายใจช้าลึกและคลึงมดลูก) ระยะคลอด (ใช้แนวปฏิบัติ ATM ติดตาม FHR
ทุก 5-10 นาที) และระยะหลังคลอด (คลึงมดลูกทุก 15 นาทีใน 2 ชั่วโมงแรก โดยใช้นวัตกรรมระบบเสียงลำโพงเตือน) ภายหลังการใช้รูปแบบ ไม่พบการคลอดบนเตียงในห้องรอคลอดและไม่พบภาวะขาดออกซิเจน
ในทารกแรกคลอด อุบัติการณ์การส่งต่อลดลงเหลือร้อยละ 26.47 วิธีการเผชิญการเจ็บครรภ์คลอดที่มารดา
ใช้มากที่สุดคือการหายใจช้าลึก (ร้อยละ 80.88) และมารดามีความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลในระดับ
มากที่สุดทั้งระยะรอคลอดและระยะคลอด (Mean = 4.54, SD = 0.05) และระยะหลังคลอด (Mean = 4.59, SD = 0.04)
สรุป รูปแบบการดูแลมารดาที่พัฒนาขึ้นสามารถลดอุบัติการณ์ภาวะแทรกซ้อน เพิ่มทักษะการเผชิญการเจ็บครรภ์คลอดของมารดา และเพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). อัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน. https://dashboard.anamai.moph.go.th/dashboard/mmr/index?year=2021
คณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ. (2563). แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การป้องกันและรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอด. https://www.rtcog.or.th/content/viewid/276
จิรัสย์พล ไทยานันท์. (2565). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 17(2), 28-48.
นวรัตน์ ไวชมภู และศิริพันธุ์ ศิริพันธุ์. (2561). การดูแลระยะรอคลอดด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์: บริบทชายแดนใต้. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(1), 113-127.
นิตยา สินสุกใส. (2560). ภาวะตกเลือดหลังคลอด: บทบาทพยาบาล. ใน เพิ่มศักดิ์ สุเมฆศรี, นาเรศ วงศ์ไพฑูรย์, พจนีย์ ผดุงเกียรติวัฒนา และณัฐฐิณี ศรีสันติโรจน์ (บ.ก.), ก้าวหน้าไปด้วยกันเพื่อการบริบาลปริกำเนิด 4.0 (น. 91-96). ยูเนี่ยน ครีเอชั่น.
ปิยธิดา ศรีพงษ์สุทธิ์, ศิริพร ศิริวัฒนไพศาล และวรรณา พาหุวัฒนกร. (2562). แนวทางปฏิบัติการช่วยคลอดก่อนมาถึงโรงพยาบาลในเมืองใหญ่. วารสารเกื้อการุณย์, 26(2), 169-180.
เพิ่มศักดิ์ สุเมฆศรี. (2560). ตกเลือดหลังคลอด. ใน เพิ่มศักดิ์ สุเมฆศรี, นาเรศ วงศ์ไพฑูรย์, พจนีย์ ผดุงเกียรติวัฒนา และณัฐฐิณี ศรีสันติโรจน์ (บ.ก.), ก้าวหน้าไปด้วยกันเพื่อการบริบาลปริกำเนิด 4.0 (น. 83-90). ยูเนี่ยน ครีเอชั่น.
โรงพยาบาลเชียงคาน. (2567). สถิติห้องคลอดของโรงพยาบาลเชียงคาน [เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์]. โรงพยาบาลเชียงคาน.
วรนุช บุญสอน. (2566). การพัฒนาแนวทางการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดในระยะ 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(2), 205-211.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2559). แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข). https://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER2/DRAWER023/GENERAL/DATA0000/00000077.PDF
หทัยกาญจน์ ถาวรสุข, สุพิศ ศิริอรุณรัตน์ และตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศรี. (2565). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียร่วมกับการสนับสนุนจากญาติต่อพฤติกรรมการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดในมารดาครรภ์แรก. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 32(3), 134-148.
อุบล ศรีนากรุง. (2561). การศึกษาแนวปฏิบัติการคัดกรองมารดาที่มีความเสี่ยงเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด 2 ชั่วโมงแรก โรงพยาบาลหนองบัวลำภู. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 26(3), 126-134.
Donabedian, A. (1988). The quality of care: How can it be assessed? JAMA, 260(12), 1743-1748. https://doi.org/10.1001/jama.260.12.1743
Institute of Medicine. (2001). Crossing the quality chasm: A new health system for the 21st century. National Academy Press.