การพัฒนาและประเมินผลของโปรแกรมการฝึกโยคะต่อความสุข 5 มิติในผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลภูเรือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ปัจจุบันโครงสร้างประชากรโลกและประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ ผู้สูงอายุ
ในเขตเทศบาลตำบลภูเรือ จังหวัดเลย มีภาระปัญหาสุขภาพจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและปัญหาด้านสุขภาพกายและจิตใจ โยคะเป็นการออกกำลังกายแบบองค์รวมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ แต่ยังมีงานวิจัยจำนวนน้อยที่ศึกษาผลต่อมิติทางจิตใจและปัญญาในบริบทชนบท งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาโปรแกรมโยคะสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนชนบท และ (2) ประเมินประสิทธิผลต่อความสุข 5 มิติ ได้แก่ สุขสบาย สุขสนุก สุขสง่า
สุขสว่าง และสุขสงบ การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) 2 ระยะ ระยะแรกพัฒนาโปรแกรมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ 10 คน ระยะที่สองเป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมวัดก่อน-หลัง กลุ่มตัวอย่าง 82 คน
สุ่มแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง (n = 41) และกลุ่มควบคุม (n = 41) กลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมโยคะ 12 สัปดาห์ (ฝึกที่โรงเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และฝึกที่บ้าน 3-4 ครั้ง/สัปดาห์) เครื่องมือประเมินประกอบด้วยแบบทดสอบสมรรถภาพร่างกาย แบบประเมินคุณภาพชีวิต (WHOQOL-BREF-THAI) แบบประเมินการเห็นคุณค่าในตนเอง (Rosenberg Self-Esteem Scale) แบบคัดกรองภาวะสมองเสื่อม (TMSE) และดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยายและวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) โดยใช้คะแนนก่อนการทดลองเป็นตัวแปรร่วม
กลุ่มทดลองมีคะแนนหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกตัวชี้วัดของความสุข 5 มิติ เมื่อควบคุมคะแนนก่อนการทดลอง (p < .001 ทุกตัวชี้วัด) ได้แก่ สมรรถภาพทางกาย
(Back Scratch, Chair Stand Test, Agility Course, Step Up and Down) พฤติกรรมสุขภาพ คุณภาพชีวิต การเห็นคุณค่าในตนเอง สมรรถภาพทางปัญญา และสุขภาพจิต ขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับใหญ่ถึงใหญ่มาก (Partial η² = .462-.972)
โปรแกรมโยคะที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมของผู้สูงอายุ และเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีคุณภาพในชุมชนชนบท
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2562). คู่มือทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับผู้สูงอายุ. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
กรมสุขภาพจิต. (2550). แบบทดสอบดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย ฉบับสั้น 15 ข้อ. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
กรมสุขภาพจิต. (2566). คู่มือโปรแกรม 16 สัปดาห์เพื่อพัฒนาความสุข 5 มิติในผู้สูงอายุ. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
กองการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. (2561). คู่มือโยคะสำหรับผู้สูงอายุ. ผู้แต่ง.
กองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต. (2567ก). คู่มือวิทยากรจัดกิจกรรมสร้างสุข 5 มิติสำหรับผู้สูงอายุ. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
กองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต. (2567ข). แผ่นพับสร้างสุข 5 มิติสำหรับผู้สูงอายุ. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
กัญญภัสสร์ ว่องไวไพโรจน์ และคณะ. (2565). ผลของโปรแกรมการฝึกโยคะต่อสมรรถภาพทางกายในผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 3(2), 45–58.
ธนภัทร จันใด และคณะ. (2566). ผลของโปรแกรมโยคะเพื่อสุขภาพต่อการทรงตัวของผู้สูงอายุในตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม. วารสารโรงพยาบาลนครพนม, 10(2), 87–98.
เนติยา แจ่มทิม. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาความสุข 5 มิติในผู้สูงอายุตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี, 5(2), 140–154.
สิริทรัพย์ สีหะวงษ์, ศิริพร จันทนสกุลวงศ์, ปิยณัฐ สร้อยคำ, และพฤฒินี นนท์ตุลา. (2566). ผลของโยคะต่อสุขภาพกายและจิตของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 9(1), 45–56.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย. (2567). รายงานสถานการณ์สุขภาพประชากรจังหวัดเลย ปีงบประมาณ 2567.
Bonura, K. B. (2011). The psychological benefits of yoga practice for older adults: Evidence and guidelines. International Journal of Yoga Therapy, 21(1), 129–142. https://doi.org/10.17761/ijyt.21.1.j4ll204h12535874
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Gothe, N. P., & McAuley, E. (2015). Yoga and cognition: A meta-analysis of chronic and acute effects. Psychosomatic Medicine, 77(7), 784–797.https://doi.org/10.1097/PSY.0000000000000218
Grace, P. H., Meryana, P., & Pantouw, J. G. (2020). Sleep quality before and after yoga exercises in elderly at Posyandu Lansia Yuswo Widodo Surabaya. Journal of Widya Medika Junior, 2(2). https://doi.org/10.33508/jwmj.v2i2.2475
Hariprasad, V. R., Koparde, V., Sivakumar, P. T., Varambally, S., Thirthalli, J.,
Varghese, M., & Gangadhar, B. N. (2013). Randomized clinical trial of yoga-based intervention in residents from elderly homes: Effects on cognitive function. Indian Journal of Psychiatry, 55(Suppl 3), S357–S363.
Raub, J. A. (2002). Psychophysiologic effects of hatha yoga on musculoskeletal and cardiopulmonary function: A literature review. Journal of Alternative and Complementary Medicine, 8(6), 797–812.
Srimuang, T., Supucworakul, C., Choprapun, A., Potisaen, J., & Potisaen, T. (2021). The effect of yoga on health development of the elderly in Amphoe Na Dun Mahasarakham. Journal for Developing the Social and Community, 8(1), 309–328.
Tew, G. A., Howsam, J., Hardy, M., & Bissell, L. (2017). Adapted yoga to improve physical function and health-related quality of life in physically-inactive older adults: A randomised controlled pilot trial. BMC Geriatrics, 17(1), 131.https://doi.org/10.1186/s12877-017-0520-6
Wang, D. (2009). The use of yoga for physical and mental health among older adults: A review of the literature. International Journal of Yoga Therapy, 19(1), 91–96. https://doi.org/10.17761/ijyt.19.1.712325087l78784j
World Health Organization. (2002). Active ageing: A policy framework. WHO.
World Health Organization. (2022). World report on ageing and health. WHO.