ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความคาดหวังในผลลัพธ์ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ใหญ่ที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับโลก มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด การส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและความคาดหวังในผลลัพธ์
ที่เหมาะสมอาจช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความคาดหวังในผลลัพธ์ พฤติกรรมการดูแลตนเอง และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ใหญ่ที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม ในอำเภอหนองหิน จังหวัดเลย
รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง (two-group pretest–posttest design) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่อายุ 25–59 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม
ตามเกณฑ์ NCEP ATP III โดยมีความผิดปกติอย่างน้อย 3 ใน 5 องค์ประกอบ คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรม G*Power ได้กลุ่มละ 42 คน รวม 84 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่พัฒนาขึ้นจากทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของแบนดูรา ร่วมกับหลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ.2ส. เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามมาตรฐาน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC = 1) และความเที่ยง (สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค 0.84–0.90) ร่วมกับการประเมินผลลัพธ์ทางคลินิก ได้แก่ รอบเอว ระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา dependent t-test และ independent t-test พร้อมรายงานขนาดอิทธิพล (Cohen’s d) และช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95
ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความคาดหวัง
ในผลลัพธ์ และพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ผลลัพธ์ทางคลินิกของกลุ่มทดลองดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตทั้งซิสโตลิกและไดแอสโตลิกลดลง (p < .05) ขณะที่รอบเอวมีแนวโน้มลดลงแต่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .483)
สรุปได้ว่า โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่ประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนร่วมกับกิจกรรม
ตามหลัก 3อ.2ส. มีประสิทธิผลในการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความคาดหวังในผลลัพธ์ และพฤติกรรมการดูแลตนเอง และช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ทางคลินิกบางด้านในผู้ใหญ่ที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิเพื่อสนับสนุนการดูแลตนเองและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191–215. https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.
Chen, J., Zhang, Y., Sun, H., Li, Q., & Wang, K. (2021). Effects of a mobile app-based self-management program combined with individual counseling on metabolic syndrome: A randomized controlled trial. JMIR mHealth and uHealth, 9(4), e24886. https:// doi.org/ 10.2196/24886
Chen, S. M., Creedy, D. K., Lin, H. S., Wu, S. F. V., & Chang, Y. P. (2021). Self-management interventions for adults with metabolic syndrome: Effects on health behaviors and clinical outcomes. Journal of Advanced Nursing, 77(2), 719–731. https://doi.org/ 10.1111/jan.14598
Fahed, G., Aoun, L., Bou Zerdan, M., Allam, S., Bou Zerdan, M., Bouferraa, Y., & Assi, H. I. (2022). Metabolic syndrome: Updates on pathophysiology and management in 2021. International Journal of Molecular Sciences, 23(2), 786. https://doi.org/10.3390/ ijms23020786
Kruse, C. S., Heinemann, K., Phillips, E., Lemos, K., Vela, J., & Brooks, M. (2022). Telehealth and patient satisfaction: A systematic review and narrative analysis. BMJ Open, 12(4), e059951. https://doi.org/10.1136/bmjopen-2021-059951
National Cholesterol Education Program (NCEP) Expert Panel on Detection, Evaluation, and Treatment of High Blood Cholesterol in Adults. (2002). Third report of the NCEP expert panel on detection, evaluation, and treatment of high blood cholesterol in adults (Adult Treatment Panel III). Circulation, 106(25), 3143–3421. https://doi.org/ 10.1161/circ.106.25.3143
Saklayen, M. G. (2018). The global epidemic of the metabolic syndrome. Current Hypertension Reports, 20(2), 12. https://doi.org/10.1007/s11906-018-0812-z
Wichit, N., Mnatzaganian, G., Courtney, M., Schulz, P., & Johnson, M. (2017). Randomized controlled trial of a family-oriented self-management program to improve self-efficacy, glycemic control and quality of life among Thai individuals with type 2 diabetes. Diabetes Research and Clinical Practice, 123, 37–48. https://doi.org/ 10.1016/j.diabres.2016.11.013
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานประจำปี 2566. https://www.ddc. moph.go.th/uploads/files/4155620240314033823.pdf
โรงพยาบาลกรุงเทพ. (2568). เมแทบอลิกซินโดรม ลงพุงรอบเอวหนาเสี่ยงโรคร้าย. https://www.bangkok hospital.com/content/metabolic-syndrome
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2562). การสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป พ.ศ. 2562. https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/5216
สุนีย์ ละกำปั่น, พิมพันธ์ สุริยวงศ์, และอารีย์วรรณ อยู่สำราญ. (2563). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 41(2), 1–15.