ผลของโปรแกรมการสนับสนุนการจัดการตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่อคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโรคร่วมไตวายเรื้อรัง

Main Article Content

Prangtip Ngiewprom

บทคัดย่อ

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโรคร่วมไตวายเรื้อรังต้องเผชิญสองภาวะพร้อมกัน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ขณะที่การติดตามแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดด้านความต่อเนื่องและการเข้าถึงบริการ


วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการตนเองและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิด
ที่ 2 ที่มีโรคร่วมไตวายเรื้อรังระยะที่ 3b–4 ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์


การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อน–หลัง (One-group Pretest-Posttest Design) กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วย 45 ราย คัดเลือกตามเกณฑ์ ดำเนินโปรแกรมตามแนวคิดการจัดการตนเองของ Creer (2000) ผ่าน Line OA ประเมินคุณภาพชีวิตด้วย WHOQOL-BREF ฉบับภาษาไทย และพฤติกรรมการจัดการตนเอง วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test พร้อมรายงานขนาดอิทธิพล (Cohen's d)


ผลการวิจัย พบว่า คุณภาพชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 65.29 (SD = 12.50) เป็น 82.11 (SD = 15.10) คะแนน (ผลต่างค่าเฉลี่ย = 16.82, t = 17.611, p < .001) เปลี่ยนระดับจากปานกลางเป็นดี และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกมิติ (p < .001) ส่วนพฤติกรรมการจัดการตนเองโดยรวมเพิ่มจาก 3.79 (SD = 0.44) เป็น 4.13 (SD = 0.39) (t = 5.67, p < .001) โดยมี 5 ด้านที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


โปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและพฤติกรรมการจัดการตนเอง เหมาะกับบริบทที่ผู้ป่วยมีข้อจำกัดในการเดินทาง ควรส่งเสริมและบูรณาการในระบบบริการสุขภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Ngiewprom, P. (2026). ผลของโปรแกรมการสนับสนุนการจัดการตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่อคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโรคร่วมไตวายเรื้อรัง. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย, 4(2), 45–54. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/JOPOLO/article/view/5677
ประเภทบทความ
Research Article
ประวัติผู้แต่ง

Prangtip Ngiewprom, โรงพยาบาลสกลนคร

-

เอกสารอ้างอิง

ธนวรรธน์ อิ่มสมบูรณ์. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสำเร็จของการเยี่ยมบ้านในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชน. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 32(3), 120–135.

นงค์นุช คุณะโคตร. (2567). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4 ที่มีโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิก. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(5), 117–128. https://he03.tci-thaijo.org/index.php

/ech/article/view/3350

ปพิชญา สิงห์ชา. (2566). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมระยะที่ 3-4 ต่อพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลธวัชบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 4(3), 157–167. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/267236

ปัญจนีย์ ทองโปร่ง, ประพัสสร แย้มโกสุม, ศรีสุพรรณ นันทไพบูลย์, และ ธวัลรัตน์ จรสระน้อย. (2568). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองโดยใช้แอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้ พฤติกรรมการจัดการตนเอง และผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 รายใหม่ โรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 43(1), e277404. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/277404

พรรณทิวา บุญมี, ขนิษฐา วิศิษฏ์เจริญ, ศุภวรรณ ใจบุญ, และ ดวงรัตน์ กวีนันทชัย. (2567). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมของผู้ป่วยโรคเบาหวานในโรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสรรพสิทธิประสงค์, 8(2), e271095. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/271095

รัฐกานต์ ขำเขียว, และ ศนิกานต์ ศรีมณี. (2568). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองโดยใช้แอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคไตเรื้อรังของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 18(2), [1-13]. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE/article/view/273006

วิชัย เอกพลากร (บรรณาธิการ). (2564). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

สุพัตรา พงษ์อิศรานุพร, ศศรส หลายพูนสวัสดิ์, และ ประทุม สุภชัยพานิชพงศ์. (2561). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลดำเนินสะดวก. วารสารแพทย์เขต 4-5, 37(2), 148–159. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/reg45/article/view/134891

Creer, T. L. (2000). Self-management of chronic illness. In M. Boekaerts, P. R. Pintrich, & M. Zeidner (Eds.), Handbook of self-regulation (pp. 601–629). Academic Press.

Helou, N., Talhouedec, D., Zumstein-Shaha, M., & Zanchi, A. (2020). A multidisciplinary approach for improving quality of life and self-management in diabetic kidney disease: A crossover study. Journal of Clinical Medicine, 9(7), 2160. https://doi.org/

3390/jcm9072160

Leong, C., Lee, T., Chien, Y., Kuo, L., Kuo, Y., & Chen, H. (2022). Social media–delivered patient education to enhance self-management and attitudes of patients with type 2 diabetes during the COVID-19 pandemic: Randomized controlled trial. Journal of Medical Internet Research, 24(3), e31449. https://doi.org/10.2196/31449

Waki, K., Nara, M., Enomoto, S., Kadowaki, T., & Ohe, K. (2024). Effectiveness of DialBetesPlus, a self-management support system for diabetic kidney disease: Randomized controlled trial. npj Digital Medicine, 7, 104. https://doi.org/10.1038/s41746-024-01114-8

World Health Organization. (2022). Diabetes. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes

Wu, C., Wu, Z., Yang, L., Zhu, W., Zhang, M., Zhu, Q., Chen, X., & Pan, Y. (2019). Evaluation of the clinical outcomes of telehealth for managing diabetes: A PRISMA-compliant meta-analysis. Medicine, 98(50), e18222. https://doi.org/10.1097/MD.0000000000018222