ผลลัพธ์ด้านไวรัสวิทยา ภูมิคุ้มกัน และการทำงานของไตหลังใช้ยาต้านไวรัสสูตรผสม Tenofovir disoproxil fumarate–Lamivudine–Dolutegravir (TLD) ในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี โรงพยาบาลภูกระดึง จังหวัดเลย: การศึกษาแบบย้อนหลัง
Main Article Content
บทคัดย่อ
ยาต้านไวรัสสูตรผสม TLD (Tenofovir disoproxil fumarate–Lamivudine–Dolutegravir) เป็นสูตรแรกที่แนะนำตามแนวทางการรักษาของประเทศไทย แต่โรงพยาบาลภูกระดึงยังไม่มีข้อมูลผลลัพธ์ทางคลินิกจากการใช้ยาในบริบทจริง
วัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลลัพธ์ด้านไวรัสวิทยา ภูมิคุ้มกัน และการทำงานของไตในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับ TLD
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบย้อนหลัง (retrospective single-arm before–after cohort) ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ได้รับ TLD ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนและมีความร่วมมือในการใช้ยา ≥ร้อยละ 95 ที่โรงพยาบาลภูกระดึง ช่วง 1 ตุลาคม 2565–30 กันยายน 2568 เก็บข้อมูลจาก HOSxP และ NAPPLUS ผลลัพธ์หลักคือสัดส่วนผู้ป่วยที่มีปริมาณไวรัส (VL) <50 copies/mL ก่อนและหลังใช้ TLD (McNemar exact test) ผลลัพธ์รองคือการเปลี่ยนแปลงของ CD4 และของ SCr/eGFR (CKD-EPI 2021) วิเคราะห์ด้วย Wilcoxon signed-rank test รายงานช่วงความเชื่อมั่น 95% และทำการวิเคราะห์ความไว
ผลการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยที่นำมาวิเคราะห์ 175 ราย (เปลี่ยนสูตร 157 ราย เริ่มยาใหม่ 18 ราย) อายุเฉลี่ย 43.5±11.9 ปี เพศชายร้อยละ 52.0 ในผู้ป่วยที่เปลี่ยนสูตรและมีผล VL ครบคู่ (n=150) สัดส่วน VL <50 copies/mL ก่อนและหลังใช้ TLD เท่ากับร้อยละ 92.7 และ 94.0 (McNemar p=0.79) โดยผู้ที่กดไวรัสได้ก่อนเปลี่ยนสูตรร้อยละ 95.7 (133/139) ยังคงกดไวรัสได้ เมื่อพิจารณาผลตรวจ VL ล่าสุดของผู้ป่วยทั้งหมดที่ได้รับการตรวจ พบ VL <50 copies/mL ร้อยละ 94.0 (158/168; 95%CI 89.4–96.7) ข้อมูล CD4 หลังใช้ยามีเพียง 84 จาก 175 ราย และการตรวจซ้ำสัมพันธ์กับระดับ CD4 เดิม จึงตีความเชิงสำรวจเท่านั้น (มัธยฐาน CD4 ในผู้ที่มีผลคู่ n=83 เพิ่มจาก 330 เป็น 557 cells/mm³) ด้านไต (n=91 ที่มีค่าพื้นฐานก่อนเริ่มยาซึ่งตรวจสอบได้) มัธยฐาน SCr เพิ่มจาก 0.70 เป็น 0.94 mg/dL และ eGFR ลดลงจาก 110.9 เป็น 88.9 mL/min/1.73 m² (มัธยฐานการเปลี่ยนแปลง −18.8; p<0.001) ผู้ป่วยร้อยละ 34.1 มี eGFR ลดลง ≥ร้อยละ 25 และ 2 ราย (ร้อยละ 2.2) มี eGFR <60 รายใหม่ ไม่พบปัจจัยที่สัมพันธ์กับขนาดการลดลงของ eGFR และผลสอดคล้องกันในการวิเคราะห์ความไว
สรุปผล พบว่า หลังใช้ TLD การควบคุมปริมาณไวรัสยังคงอยู่ในระดับสูงในผู้ป่วยส่วนใหญ่ซึ่งกดไวรัสได้อยู่ก่อนแล้ว การศึกษานี้ไม่อาจสรุปว่า TLD เป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของ CD4 พบ SCr เพิ่มขึ้นและ eGFR ลดลงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสอดคล้องกับผลของ dolutegravir ต่อการขับครีแอตินีนที่หลอดไต แต่ไม่สามารถแยกจากพิษของ tenofovir ได้ จึงควรบันทึกค่าพื้นฐานก่อนเริ่มยา ติดตามการทำงานของไตตามแนวทาง และประเมินเพิ่มเติมในผู้ที่ eGFR ลดลงมากหรือ SCr สูงผิดปกติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
Barnett AG, van der Pols JC, Dobson AJ. Regression to the mean: what it is and how to deal with it. Int J Epidemiol. 2005;34(1):215-20.
Brown JA, Nsakala BL, Mokhele K, Rakuoane I, Muhairwe J, Urda L, et al. Viral suppression after transition from nonnucleoside reverse transcriptase inhibitor- to dolutegravir-based antiretroviral therapy: a prospective cohort study in Lesotho (DO-REAL study). HIV Med. 2022;23(3):287-93. doi:10.1111/hiv.13189
Cooper RD, Wiebe N, Smith N, Keiser P, Naicker S, Tonelli M. Systematic review and meta-analysis: renal safety of tenofovir disoproxil fumarate in HIV-infected patients. Clin Infect Dis. 2010;51(5):496-505.
Eron JJ, Clotet B, Durant J, Katlama C, Kumar P, Lazzarin A, et al. Safety and efficacy of dolutegravir in treatment-experienced subjects with raltegravir-resistant HIV type 1 infection: 24-week results of the VIKING Study. J Infect Dis. 2013;207(5):740-8. doi:10.1093/infdis/jis750
Gebremedhin T, Aynalem M, Adem M, Geremew D, Aleka Y, Kiflie A. Dolutegravir based therapy showed CD4+ T cell count recovery and viral load suppression among ART naïve people living with HIV AIDS: a pilot evaluation. Sci Rep. 2024;14(1):3297. doi:10.1038/s41598-024-53282-y
Inker LA, Eneanya ND, Coresh J, Tighiouart H, Wang D, Sang Y, et al. New creatinine- and cystatin C-based equations to estimate GFR without race. N Engl J Med. 2021;385(19):1737-49.
Koteff J, Borland J, Chen S, Song I, Peppercorn A, Koshiba T, et al. A phase 1 study to evaluate the effect of dolutegravir on renal function via measurement of iohexol and para-aminohippurate clearance in healthy subjects. Br J Clin Pharmacol. 2013;75(4):990-6.
Kouanfack C, Mpoudi-Etame M, Omgba Bassega P, Eymard-Duvernay S, Leroy S, Boyer S, et al. Dolutegravir-based or low-dose efavirenz-based regimen for the treatment of HIV-1. N Engl J Med. 2019;381(9):816-26.
Patamatamkul S, Burimat P, Kanogtorn S, Putcharoen O. A combined prospective and retrospective comparative study evaluating renal outcomes after switching from TDF+FTC+EFV to TDF/3TC/DTG (TLD) vs. DTG+3TC in virologically suppressed Thai people with HIV. HIV Res Clin Pract. 2025;26(1). doi:10.1080/25787489.2025.2509379
Raffi F, Rachlis A, Stellbrink HJ, Hardy WD, Torti C, Orkin C, et al. Once-daily dolutegravir versus raltegravir in antiretroviral-naive adults with HIV-1 infection: 48 week results from the randomised, double-blind, non-inferiority SPRING-2 study. Lancet. 2013;381(9868):735-43. doi:10.1016/S0140-6736(12)61853-4
Venter WDF, Moorhouse M, Sokhela S, Fairlie L, Mashabane N, Masenya M, et al. Dolutegravir plus two different prodrugs of tenofovir to treat HIV. N Engl J Med. 2019;381(9):803-15.
von Elm E, Altman DG, Egger M, Pocock SJ, Gøtzsche PC, Vandenbroucke JP. The Strengthening the Reporting of Observational Studies in Epidemiology (STROBE) statement: guidelines for reporting observational studies. Lancet. 2007;370(9596):1453-7.
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย
ปี 2564/2565. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2567 [อินเทอร์เน็ต]. 2568 เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/public-health-statistics/
คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์. แผนปฏิบัติการยุติปัญหาเอดส์ ประเทศไทย พ.ศ. 2566–2569. นนทบุรี: ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
ธนิดา นันทะเสน, รัชฎาพร สุนทรภาส, อธิบดี มีสิงห์. ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีสูตรเม็ด โดลูเทกราเวียร์, ลามิวูดีน และ ทีโนโฟเวียร์ไดโซโพรซิลฟูมาเรต ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ (ผู้ใหญ่) โรงพยาบาลศรีนครินทร์: การศึกษาจากเหตุไปหาผลแบบย้อนหลัง. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2567;39(6):691-703.
ธิดาสวรรค์ อิทธิวิทยาวาทย์. ประสิทธิผลและปัญหาการใช้ยาต้านไวรัสสูตรผสม tenofovir-lamivudine-dolutegravir (TLD) โรงพยาบาลพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร; 2567.
สโรชา งานวิวัฒน์ถาวร. การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของไตผิดปกติในผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านแบบรวมเม็ด (TLD) ในคลินิก ARV โรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น. 2567;5(2):129-41.
สุชาติ เจนเกรียงไกร. ผลกระทบการทำงานของไตจากสูตรยาต้านรวมเม็ด Tenofovir/Lamivudine/Dolutegravir และ Tenofovir/Emtricitabine/Rilpivirine ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 2567;41(4):432-9.