ความสามารถในการวินิจฉัยก้อนต่อมไทรอยด์โดยคลื่นเสียงความถี่สูงด้วย ACR TI-RADS ในโรงพยาบาลเพชรบูรณ์
คำสำคัญ:
ความสามารถในการวินิจฉัย, ก้อนต่อมไทรอยด์, อัลตราซาวด์ไทรอยด์, ACR TI-RADSบทคัดย่อ
แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มาด้วยก้อนต่อมไทรอยด์ในปัจจุบันแนะนำให้ตรวจต่อมไทรอยด์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงในผู้ป่วยทุกราย เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการประเมินความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งและประกอบการพิจารณาการส่งตรวจเจาะดูดด้วยเข็มเล็ก (Fine-Needle Aspiration; FNA) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสามารถในการวินิจฉัยของการตรวจต่อมไทรอยด์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง โดยรายงานผลตามระบบ American College of Radiology Thyroid Imaging Reporting and Data System (ACR TI-RADS) ในการทำนายมะเร็งต่อมไทรอยด์ เมื่อเปรียบเทียบกับผลการตรวจทางพยาธิวิทยา การศึกษาเป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังในผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ที่มีก้อนต่อมไทรอยด์และได้รับการตรวจ FNA ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567 พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์จำนวน 120 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 93.3) มีอายุเฉลี่ย 51.8 ± 13.1 ปี ผลการวิเคราะห์พบว่าการรายงานผลอัลตราซาวด์ตามระบบ ACR TI-RADS มีค่าความไว ร้อยละ 100.0 ความจำเพาะ ร้อยละ 17.6 ค่าโอกาสที่ผู้ป่วยจะเป็นมะเร็งเมื่อผลตรวจเป็นบวก ร้อยละ 11.9 ค่าความถูกต้องโดยรวม ร้อยละ 25.8 และค่าโอกาสที่ผู้ป่วยจะไม่เป็นมะเร็งเมื่อผลตรวจเป็นลบ ร้อยละ 100.0 สรุปได้ว่าการตรวจต่อมไทรอยด์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงโดยรายงานผลตามระบบ ACR TI-RADS มีความสามารถในการคัดกรองและแยกมะเร็งต่อมไทรอยด์ออกจากก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งได้ดี โดยเฉพาะในด้านการยืนยันก้อนที่มีโอกาสไม่เป็นมะเร็ง และเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในทางคลินิกเพื่อช่วยลดการเจาะดูดเซลล์ที่ไม่จำเป็นลง
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.