1. บรรณาธิการ (Editor)

บรรณาธิการของวารสารคณะพลศึกษามีหน้าที่และจรรยาบรรณดังต่อไปนี้ คือ พิจารณาคุณภาพและความเหมาะสมของบทความวิจัยหรือบทความวิชาการ โดยคำนึงถึงความถูกต้องทางวิชาการ ความใหม่ขององค์ความรู้ และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร ไม่พิจารณาตีพิมพ์บทความที่เคยเผยแพร่แล้ว ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนหรือหน่วยงานต่อผู้ทรงคุณวุฒิผู้ประเมินบทความ รวมทั้งต้องรักษาความลับของข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจากกระบวนการประเมิน

บรรณาธิการต้องไม่ใช้ข้อมูล ข้อค้นพบ หรือแนวคิดจากบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตรงสาขาอย่างเหมาะสม และต้องดำเนินการตามหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน นอกจากนี้ บรรณาธิการมีหน้าที่กำหนดแนวทางและบทลงโทษกรณีผู้เขียนกระทำผิดจรรยาบรรณตามหลักเกณฑ์ของวารสาร

  1. ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer reviewer)

ผู้ทรงคุณวุฒิของวารสารคณะพลศึกษามีหน้าที่และจรรยาบรรณดังต่อไปนี้ คือ ประเมินคุณภาพของบทความวิจัยหรือบทความวิชาการอย่างรอบด้านตามความรู้และประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ และให้เหตุผลประกอบคำแนะนำอย่างชัดเจนตามมาตรฐานของวารสาร

ผู้ทรงคุณวุฒิต้องรักษาความลับของต้นฉบับทั้งหมด ไม่เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก และต้องไม่ใช้แนวคิดหรือข้อมูลจากบทความไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ทรงคุณวุฒิต้องปฏิเสธการประเมินในกรณีที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ และต้องดำเนินการประเมินภายในเวลาที่กำหนด

  1. ผู้เขียน (Author)

ผู้เขียนมีหน้าที่และจรรยาบรรณดังต่อไปนี้ คือ ต้องจัดทำบทความวิจัยหรือบทความวิชาการให้ถูกต้องตามรูปแบบของวารสาร ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่น และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างเหมาะสม ต้องระบุรายชื่อผู้เขียนตามการมีส่วนร่วมจริง และระบุผู้ได้รับทุนหรือการสนับสนุนอย่างถูกต้อง โปร่งใส

บทความที่ส่งเข้าตีพิมพ์ต้องไม่เคยเผยแพร่มาก่อน และต้องไม่อยู่ในกระบวนการพิจารณากับวารสารอื่น ผู้เขียนต้องเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน (ถ้ามี)

  1. บทความวิจัยหรือบทความวิชาการ

บทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ส่งเข้าวารสารคณะพลศึกษาจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญตามสาขาที่ทำการประเมิน โดยใช้กระบวนการประเมินแบบอำพรางสองฝ่าย (Double-blind review) ผู้เขียนจะได้รับการพิจารณาให้ผ่านการตีพิมพ์เมื่อได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน

เมื่อผู้เขียนส่งเอกสารการแก้ไขบทความตามแบบฟอร์มที่กำหนดแล้ว กองบรรณาธิการเป็นผู้พิจารณาผลขั้นสุดท้าย โดยผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการถือเป็นที่สุด

  1. กรณีที่ผู้เขียนไม่ปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณของผู้เขียน

หากผู้เขียนฝ่าฝืนหลักจรรยาบรรณ เช่น การคัดลอกผลงาน (Plagiarism) การบิดเบือนข้อมูล การทำซ้ำซ้อน (Duplicate submission หรือ redundant publication) หรือการระบุชื่อผู้เขียนไม่ถูกต้อง วารสารคณะพลศึกษาจะดำเนินการเพิกถอน (Retraction) บทความออกจากวารสาร และจะไม่รับพิจารณาบทความจากผู้เขียนรายนั้นเป็นเวลา 5 ปี ทั้งนี้ วารสารจะดำเนินการตามขั้นตอนที่โปร่งใส เป็นธรรม

  1. การถอนบทความ (Withdrawal)

ในกรณีที่ผู้เขียนประสงค์จะถอนบทความที่อยู่ระหว่างการประเมินหรืออยู่ในขั้นตอนการเตรียมตีพิมพ์ ผู้เขียนต้องทำบันทึกแจ้งกองบรรณาธิการอย่างเป็นทางการก่อนการตีพิมพ์เผยแพร่ หากผู้เขียนไม่ปฏิบัติตาม วารสารคณะพลศึกษาจะไม่รับพิจารณาบทความจากผู้เขียนรายนั้นเป็นเวลา 3 ปี การถอนบทความต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีเหตุผลทางวิชาการที่เหมาะสม