รายงานกรณีการวินิจฉัย และการรักษา กลุ่มอาการแสบร้อนช่องปาก ที่สัมพันธ์กับภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์
คำสำคัญ:
กลุ่มอาการแสบร้อนช่องปาก, ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์, ทันตกรรมวินิจฉัยบทคัดย่อ
รายงานกรณีการวินิจฉัยและการรักษากลุ่มอาการแสบร้อนช่องปากที่สัมพันธ์กับภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์นี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อรายงานลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ร่วมกับกลุ่มอาการแสบร้อนช่องปาก รวมถึงกระบวนการวินิจฉัยและแนวทางการดูแลรักษาเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาทางคลินิกแก่ทันตแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในการประเมินผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายคลึงกันในอนาคต
วิธีการศึกษา รายงานกรณีผู้ป่วยหญิงอายุ 62 ปี ที่มีอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นโดยไม่พบรอยโรค ผลการตรวจพบภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ และ โลหิตจาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือส่งเสริมให้เกิดอาการแสบร้อนในช่องปาก ได้รับการรักษาด้วยยา Levothyroxine ธาตุเหล็ก และวิตามินบี ร่วมกับการปรับสุขอนามัยช่องปาก
ผลการรักษา พบว่า ผู้ป่วยมีอาการแสบร้อนลดลงจากระดับ 8 เป็นระดับ 5 ภายใน 1 เดือน และหายสนิทภายใน 6 เดือน ค่าฮีโมโกลบิน และฮอร์โมนไทรอยด์กลับสู่ระดับปกติ รายงานกรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวินิจฉัย และการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะราย โดยอาศัยความร่วมมือจากทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การดูแลมีความครอบคลุม และตรงสาเหตุ การประเมินภาวะทางระบบร่วมกับการรักษาแบบองค์รวม สามารถช่วยลดอาการ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะ ทันตแพทย์ควรให้ความสำคัญกับการประเมินโรคทางระบบในผู้ป่วยที่มีอาการแสบร้อนช่องปากโดยไม่พบรอยโรค เพื่อให้การดูแลตรงสาเหตุและเกิดประสิทธิผลสูงสุด
เอกสารอ้างอิง
Dworkin SF, Burgess JA. Orofacial pain of psychogenic origin: current concepts and classification. J Am Dent Assoc. 1987;115(4):565–71.
López-Jornet P, Camacho-Alonso F, Andujar-Mateos P, Sánchez-Siles M, Gómez-Garcia F. Burning mouth syndrome: an update. Med Oral Patol Oral Cir Bucal. 2010;15(4):562–8.
Klasser GD, Fischer DJ, Epstein JB. Burning mouth syndrome: recognition, understanding, and management. Oral Maxillofac Surg Clin North Am. 2008;20(2):255–71.
Scala A, Checchi L, Montevecchi M, Marini I, Giamberardino MA. Update on burning mouth syndrome: overview and patient management. Crit Rev Oral Biol Med. 2003;14(4):275–91.
Woda A, Dao T, Gremeau-Richard C. Pathophysiology of burning mouth syndrome: perspectives from pain research. J Orofac Pain. 2015;29(1):67–77.
Sharma N, Sharma A. Thyroid profile in menstrual disorders. JK Sci. 2012;14(1):14–17.
Guggenheimer J, Moore PA. The therapeutic applications of iron in oral medicine. Oral Dis. 2018;24(2):188–95.
Zakrzewska JM. Burning mouth syndrome. Oral Dis. 2021;27(4):829–43.
Grushka M, Sessle BJ, Howley TP. Psychophysical assessment of tactile, pain and thermal sensory functions in burning mouth syndrome. Pain. 1987;28(2):169–84.
Grushka M. Clinical features of burning mouth syndrome. Oral Surg Oral Med Oral Pathol. 1987;63(1):30–6.
Basker RM, Main DM. The cause and management of burning mouth condition. Spec Care Dentist. 1991;11(3):89–96.
Femiano F. Burning mouth syndrome (BMS): an open trial of comparative efficacy of alpha-lipoic acid (thioctic acid) therapy versus vitamin supplementation. J Oral Pathol Med. 2004;33(7):410–3.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการโรงพยาบาลสมุทรปราการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
