STRESS AND PREVALENCE OF NECK, SHOULDER AND BACK PAIN AMONG COMPUTER USERSAT TAMBON HEALTH PROMOTING HOSPITALS IN MAHA SARAKHAM PROVINCE.
Sooksun Sirisuriyasunthorn
Abstract
ความเครียดจากการทำงานและการปวดคอ ไหล่ หลัง เป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ปัจจุบันโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานเพิ่มมากขึ้น การศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเครียดจากการทำงาน ความชุกของการปวดคอ ไหล่ หลัง และความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดกับการปวดคอ ไหล่ หลังของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กลุ่มตัวอย่างคือ เจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจังหวัดมหาสารคามจำนวน 244 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ประกอบด้วยข้อมูลความเครียดจากการทำงานและอาการปวดคอ ไหล่ หลัง ซึ่งคำนวณค่าอัตราความชุกของการปวดโดยคำนึงถึงความถี่และความรุนแรง ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาผลการศึกษาพบว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 75.41 กลุ่มอายุ 31 – 40 ปีมีร้อยละ 48.36 ประสบการณ์ในการทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ระหว่าง 6 – 10 ปีมีร้อยละ 50.00 เจ้าหน้าที่มีความเครียดจากการทำงานร้อยละ 35.25 โดยพบว่ามีความรู้สึกไม่สบายระดับปานกลาง (เริ่มที่จะมีสัญญาณเตือน) ร้อยละ 30.74 ความชุกการปวดคอ ไหล่ หลัง ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาที่คำนึงถึงความรุนแรงระดับมากขึ้นไปร่วมกับความถี่ระดับบ่อยครั้งขึ้นไปเท่ากับร้อยละ 35.66 ตำแหน่งที่พบความชุกสูงสุดคือไหล่ (ร้อยละ 24.18) โดยพบว่าความเครียดจากการทำงานมีความสัมพันธ์กับการ ปวด คอ ไหล่หลัง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR= 3.03, 95%CI=1.68-5.46) สรุปผลการศึกษานี้พบทั้งปัญหาความเครียดจากการทำงานและการปวด คอ ไหล่ หลัง ในเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโดยความเครียดจากการทำงานมีความสัมพันธ์กับการปวดคอไหล่หลังดังนั้นควรมีการส่งเสริมกิจกรรมคลายเครียดในองค์กร และควรศึกษาต่อไปด้านปัจจัยทางการยศาสตร์การทำงานของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต่อไป
คำสำคัญ : ความเครียดจากการทำงาน / การปวดคอ ไหล่ หลัง / ผู้ใช้คอมพิวเตอร์
Published
Issue
Section
License
Copyright (c) 2022 SAFETY & ENVIRONMENT REVIEW

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
This article is published under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License (CC BY-NC-ND 4.0), which allows others to share the article with proper attribution to the authors and prohibits commercial use or modification. For any other reuse or republication, permission from the journal and the authors is required.