ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันภาวะโภชนาการเกิน ต่อการรับรู้การป้องกันภาวะโภชนาการเกินสำหรับเด็กวัยเรียน
คำสำคัญ:
ความเชื่อด้านสุขภาพ, ภาวะโภชนาการเกิน, การป้องกันภาวะโภชนาการเกิน, เด็กวัยเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ย การรับรู้การป้องกันภาวะโภชนาการเกินในเด็กวัยเรียนอายุ 10-12 ปี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 4-6 ที่ศึกษาในโรงเรียนวัดกรมธรรม์ และโรงเรียนสะพานที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 72 ราย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 36 ราย และกลุ่มทดลอง 36 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์กำหนด เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมการส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันภาวะโภชนาการเกินในเด็ก 2) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก และ 3) แบบสอบถามการรับรู้การป้องกันภาวะโภชนาการเกินสำหรับ เด็กวัยเรียน หาค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติ Independent Sample t-test
ผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับโปรแกรมมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้การป้องกันภาวะโภชนาการเกินสูงกว่า กลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p-value <.05
ข้อเสนอแนะควรนำโปรแกรมการส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันภาวะโภชนาการเกิน มาใช้กับเด็กวัยเรียนเพื่อให้เกิดความตระหนักและการใช้ทักษะการตัดสินใจ และการคิดวิเคราะห์เพื่อให้เกิด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
จารุณี นุ่มพูล. (2558). โรคอ้วนในเด็กวัยเรียน : บทบาทพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชนในการสร้างเสริมสุขภาพ. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 8(2), 1-12.
นงคราญ สุขเวชชวรกิจ. (2567). การจัดการเรียนรู้โดยการใช้เกมเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักศึกษาในรายวิชาทักษะชีวิต. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 7(1), 32-45.
นภาพร เวสสุกรรม, นาฏนภา หีบแก้ว ปัดชาสุวรรณ์, และจินทภา เบญจมาศ. (2568). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านโภชนาการ ร่วมกับ 3 ต. For You “เตือน ติดตาม ไต่ถาม” เพื่อการป้องกันภาวะโภชนาการเกินในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 19(1), 258-272.
นฤมล บำรุงสวน, ยุพิน เชิดชน และ ไพโรจน์ เจริญนาม. (2567). การพัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดภาวะโภชนาการเกินในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนในพื้นที่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี. วารสารสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี, 22(1), 46-61.
ปิยนุช พวงมาลัย และ ธารทิพย์ พรหมขัติแก้ว. (2560). การรับรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันภาวะโภชนาการเกินของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา, 7(2), 1-13.
พรทิพย์ ศิริบูรณ์พัฒนา. (2555). การพยาบาลเด็ก เล่ม 1 (ฉบับปรับปรุง). โครงการสวัสดิการวิชาการสถาบันพระบรมราชชนก.
เสาวนีย์ ชูจันทร์ และ พันธิพา จารนัย. (2568). ผลของโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกายของเด็กวัยเรียน. วารสารวิชาการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, 7(2), 139-146.
สุณิสา เสนาหวาน, วราภรณ์ บุญเชียง, และ วรางคณา นาคเสน. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสามเณรที่มีภาวะโภชนาการเกินในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 15(3), 95-106.
สุกัญญา บัวศรี, กมลทิพย์ ทิพย์สังวาลย์, และ อนงค์ สุนทรานนท์. (2563). พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ผักและผลไม้ของเด็กวัยเรียนในจังหวัดเชียงราย. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 47(2), 24-36.
ศุภลักษณ์ ศรีธัญญา, วนลดา ทองใบ, และ จีราภรณ์ กรรมบุตร. (2562). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามแผนต่อพฤติกรรมเนือยนิ่งของเด็กวัยเรียนตอนปลายที่มีภาวะอ้วน. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 12(4), 61-74.
อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์, วารุณี เกตุอินทร์, วิโรจน์ ฉิ่งเล็ก, สุพัตรา นุตรักษ์, และ วรรณไพร แย้มมา. (2566). ผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักของนักเรียนระดับประถมศึกษาที่มีภาวะน้ำหนักเกินในจังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี, 17(1), 39-51.
Baran, R., Baran, J., Leszczak, J., Bejer, A., & Wyszynska, J. (2022). Sociodemographic and socioeconomic factors influencing the body mass composition of school-age children. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(18), 11261. https://doi.org/10.3390/ijerph191811261
Rosenstock, I. M., Strecher, V. J., & Becker, M. H. (1988). Social learning theory and the Health Belief Model. Health Education Quarterly, 15(2), 175–183. https://doi.org/10.1177/109019818801500203
World Health Organization. (2025). Obesity and Overweight. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/obesity-and-overweight
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.