Relationships between Social Support, Motivation and Breast Cancer Prevention Behaviors of Women Using Services in Sub-District Health Promoting Hospital, Pathumthani
Keywords:
Social support, Motivation, Breast cancer prevention behavior, Sub-District Health Promoting HospitalAbstract
Purpose: The purpose of this research was to find out the relationships between social support, motivation and behaviors in breast cancer prevention.
Design: Descriptive research
Method: The samples consisted of 216 women who get medical service from 2 places in Lumlukka District, Pathumthanee Province. The instruments used in data collection were 4 parts of the questionnaire 1) personal data 2) social support 3) motivation in breast cancer prevention and 4) behaviors in breast cancer prevention. The content validity was checked by 3 qualified professors, with content validity index (CVI), part 2, 3, and 4 equal 0.70, 0.81, and 0.88, respectively. Reliability using coefficient Alpha in part 2, 3 and 4 equal 0.85, 0.76 and 0.86, respectively. The data were analyzed by statistics i.e. percentage, the standard deviation and Pearson correlation.
Main findings: The results showed that the social support in breast cancer prevention were at moderate level (=3.32, S.D.=.74), the motivation in such prevention was at high level (=3.58, S.D.=.33), the behaviors in such prevention were at moderate level (=2.10, S.D.=.31)The relationship between social reinforcements, motivation and behaviors in breast cancer prevention was statistically significant at .01 (r=.309, p<.01, r=.438, p<.01)
Conclusion and recommendation: The research concluded that there should be means for providing services to the women getting medical service be motivated and reinforced by medical personnel and close relatives to promote behaviors in breast cancer prevention as well as to self- breasts self-examination.
References
กองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข. (2548). รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านพฤติกรรมสุขภาพ: การตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีอายุ 35 ปีขึ้นไป. นนทบุรี: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทยจำกัด.
คนึงนิจ พงศ์ถาวรกมล, พิจิตรา เล็กดำรงกุล, พรพรรณ วนวโรดม และวันทกานต์ ราชวงศ์. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงสนับสนุนทางสังคม สถานภาพทางการเงิน พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตในสตรีมะเร็งเต้านมระหว่างได้รับรังสีรักษา. วารสารพยาบาลศาสตร์, 32(1), 15-27.
ชูใจ คูหารัตนชัย. (2546). สถิติเบื้องต้น: Introduction to Statistics. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชยา ภัคจีรสกุล. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของหญิงไทย ในจังหวัดลำปาง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปทุมธานี.
พุทธา เจือจันทึก. (2557). การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
เพ็ญพิศ จีระภา. (2554). แรงจูงใจในการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา, 6(2), 104-113.
รุ้งระวี นาวีเจริญ, สุรศักดิ์ ตรีนัย, นพมาศ พัดทอง และสุวิมล โรจนาวี. (2561). ผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพในการป้องกันมะเร็งเต้านมและการติดตามด้วยโทรศัพท์ต่อพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของบุคลากรหญิงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.วารสารแพทย์นาวี, 45(2), 186-201.
วิเชียร เกตุสิงห์. (2538). ค่าเฉลี่ยกับการแปลความหมาย : เรื่องง่ายๆ ที่บางครั้งก็พลาดได้. ข่าวสารทางการศึกษา, 18(2), 8-10.
วิชุดา กิจธรธรรม. (2559). หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ธรรมชาติของพฤติกรรม: หลักสูตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับพยาบาลผู้จัดการรายกรณีโรคเรื้อรัง. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. (2548). คู่มือการสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองสำหรับบุคลากรสาธารณสุข สำหรับประชาชน. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สยามออฟเซ็ท.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. (2563). ทั่วโลกรณรงค์ให้ตระหนักถึงภัยของมะเร็งเต้านม. สืบค้นจาก https://www.pr.moph.go.th
สิรินุช บูรณะเรืองโรจน์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองในสตรีไทย เขตอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, 8(1), 283-301.
สุชาดา นนทะภา และรุ้งระวี นาวีเจริญ (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการป้องกันโรคกับพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของครูในโรงเรียนประจำจังหวัด เขตภาคกลาง. วารสารเกื้อการุณย์, 24(2), 23-35.
สุพรรณ ศรีธรรมา และ วีรวุฒิ อิ่มสำราญ. (2560). มะเร็งเต้านม. สืบค้นจาก https://www.hfocus.org2015-08-25
อรวรรณ จุลวงษ์. (2557). แรงจูงใจในการป้องกันโรคกับพฤติกรรมสุขภาพของพลทหารกองประจำการ. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(2), 28-32.
อภิญญา ศิริพิทยาคุณกิจ. (2553). แรงสนับสนุนทางสังคม: ปัจจัยสำคัญในการดูแลผู้ที่เป็นเบาหวาน. Rama Nurse Journal, 16(2), 309-322.
อาคม ชัยวีระวัฒนะ, เสาวคนธ์ ศุกร์โยธิน, สุเมศ รื่นสุรงค์วงศ์ และธีรวุฒิ คูหะเปรมะ. (บรรณาธิการ). (2550). แนวทางการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งเต้านม. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Daniel, W.W. (2010). Biostatistics Basic Concepts and Methodology for the Health Science. (9th ed). New York: Asia John Wiley & Son.
Schaefer, C., Coyne, J.C., & Lazarus, R.S. (1981).The health related functions of social support. Journal of Behavior Medicine, 44(4), 381-406.