การพัฒนารูปแบบป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุโดยชุมชนมีส่วนร่วม ในเขตอำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, การป้องกันการหกล้มแบบสหปัจจัยตามหลัก 10 ป., การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลของการใช้รูปแบบการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ประยุกต์ใช้แนวทางการป้องกันการหกล้มแบบสหปัจจัยตามหลัก 10 ป. ดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 รวม 9 เดือน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 319 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ตามสัดส่วนของหน่วยบริการสาธารณสุข ขั้นตอนการดำเนินงาน แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมการระยะดำเนินการ และระยะหลังดำเนินการ โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและหลังการจัดกิจกรรม เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามการรับรู้ของผู้สูงอายุ พฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม แบบประเมินความกังวลหรือกลัวการหกล้ม ประเมินสมรรถนะทางกายและแบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน Paired t-test ผลการวิจัย พบว่าภายหลังการใช้รูปแบบป้องกันการหกล้มแบบสหปัจจัยตามหลัก 10 ป. โดยการสื่อสารผ่านเวทีประชาคมและการถ่ายทอดข้อมูลผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ภายใต้บรรยากาศที่เป็นมิตร และการทำงานเป็นทีมที่กระตือรือร้น ช่วยเพิ่มระดับการรับรู้ ลดความกลัวในการหกล้ม เกิดการปรับพฤติกรรมในการป้องกันการหกล้มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) แสดงให้เห็นว่ารูปแบบนี้มีประโยชน์และช่วยส่งเสริมปัจจัยป้องกันการหกล้มได้ จึงควรนำมาเผยแพร่ใช้กับผู้สูงอายุให้กว้างขวางต่อไป
เอกสารอ้างอิง
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยประจำปี 2567. กรุงเทพฯ: พริ้นเทอรี่; 2567.
นริสา วงศ์พนารักษ์. คุณภาพชีวิต: การศึกษาในผู้สูงอายุไทย. วารสารพยาบาลทหารบก. 2557;15(3):64-70.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2559.
Sigal RJ, Armstrong MJ, Colby P, Kenny GP, Plotnikoff RC, Reichert SM, et al. Physical activity and diabetes. Can J Diabetes. 2013;37:40-4.
กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสรุปผลการประเมินความรอบรู้การป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
World Health Organization. WHO global report on falls prevention in older age. Geneva: World Health Organization; 2007.
กระทรวงสาธารณสุข. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 10 ต.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อำเภอเมืองหนองคาย. หนองคาย: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย; 2568.
สิริลักษณ์ กุลลวะนิธีวัฒน์, พัชรินทร์ สรไชยเมธา. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเฉพาะรายเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มสำหรับผู้ป่วยบกพร่องทางการเคลื่อนไหวที่เข้ารับการฟื้นฟูสภาพในโรงพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก. 2563;21(2):422-33.
Li F, Harmer P, Fitzgerald K. Implementing an evidence-based fall prevention intervention in community senior centers. Am J Public Health. 2016;106(11):2026-2031.
Rimland JM, Abraha I, Dell’Aquila G, Cruz-Jentoft A, Soiza RL. Effectiveness of non-pharmacological interventions to prevent falls in older people: a systematic overview. PLoS One. 2016;11(8):e0161579.
Gillespie LD, Robertson MC, Gillespie WJ, Sherrington C, Gates S, Clemson LM, et al. Interventions for preventing falls in older people living in the community. Cochrane Database Syst Rev. 2012;(9):CD007146.
เยาวเรศ ก้านมะลิ. การพัฒนารูปแบบบริการพยาบาลเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้ป่วยที่รักษาในโรงพยาบาล. มหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร. 2564;4(2):76-88.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. ชีวสถิติสำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. ขอนแก่น: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2547.
สุนันทา ผ่องแผ้ว. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ จังหวัดนนทบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2556.
Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: W.H. Freeman and Company; 1997.
Best JW. Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall; 1977.
เสาวลักษณ์ อุ่นละม้าย. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรคและการรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันการหกล้มกับพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2553.
Bloom RS. Stating educational objectives in behavioral terms. Nurs Forum. 1975;14(1):30-42.
ลัดดา เถียมวงศ์. การทดสอบคุณสมบัติของเครื่องมือประเมินอาการกลัวหกล้มในผู้สูงอายุไทย. สงขลานครินทร์เวชสาร. 2554;29(6):277-87.
Jitapunkul S, Kamolratanakul P, Chandraprasert S, Bunnag S. Disability among Thai elderly living in Klong Toey slum. J Med Assoc Thai. 1994;77(5):231-38.
ฐิติมา ทาสุวรรณอินทร์, กรรณิการ์ เทพกิจ. ผลของโปรแกรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2560;35(3):186-95.
ณภัทรธร กานต์ธนาภัทร, พรรณวรดา สุวัน, จุฑารัตน เสาวพันธุ, กชนิภา ขวาวงษ์, ญาธิดา วุฒิศาสตร์กุล, วิยะดา ทิพม่อม. การรับรู้เกี่ยวกับการหกล้ม พฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม และจำนวนครั้งของการหกล้มของผู้สูงอายุภายหลังการใช้แนวปฏิบัติการป้องกันการหกล้มแบบสหปัจจัยตามหลัก 10 ป. ของผู้สูงอายุในชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดอุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2564;29(1):111–26.
เมธาวี ดวงจินดา, นงพิมล นิมิตรอานันท์, ศศิธร รุจนเวช. ผลลัพธ์ของโปรแกรมการสื่อสารความเสี่ยงทางสุขภาพในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารพยาบาลทหารบก. 2559;17(2):59-67.
ทรงวุฒิ พันหล่อมโส. ผลของการใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับโปรแกรมการออกกำลังกายต่อการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ ตำบลโคกกลาง อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2562.
หทัยทิพย์ ใจปิติ, ศิริพันธุ์ สาสัตย์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อความกลัวการหกล้มในผู้สูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม. วารสารพยาบาลทหารบก. 2561;(19):109-17.
นงพิมล นิมิตรอานันท์, วิชุดา กลิ่นหอม, เจือจันทน์ วัฒกีเจริญ, ชลทิพย์ ทิพย์แก้ว. การพัฒนารูปแบบการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารพยาบาลทหารบก. 2563;21(2):389-399.
Sherrington C, Michaleff ZA, Fairhall N, Paul SS, Tiedemann A, Whitney J, et al. Exercise for preventing falls in older people living in the community. Cochrane Database Syst Rev. 2019;1(1):CD012424. doi: 10.1002/14651858.CD012424.pub2.
Cruz-Jentoft AJ, Bahat G, Bauer J, Boirie Y, Bruyère O, Cederholm T, et al. Sarcopenia: revised European consensus on definition and diagnosis. Age Ageing. 2019;48(1):16-31. doi: 10.1093/ageing/afy169.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี
อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.



อัพเดต : วันที่ 1 สิงหาคม 2569 
