กรณีศึกษา: บทบาทพยาบาลการดูแลผู้ป่วยที่มารับบริการตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนความถี่สูง

ผู้แต่ง

  • อุทัยวรรณ จิระชีวะนันท์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

คำสำคัญ:

บทบาทพยาบาล, การตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนความถี่สูง, การวางแผนการพยาบาล

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้เป็นกรณีศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อพยาบาลผู้ป่วยที่มารับบริการตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนความถี่สูง ที่งานตรวจรักษาพิเศษโรคหัวใจ กลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เป็นผู้ป่วยที่มารับบริการตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนความถี่สูง ที่งานตรวจรักษาพิเศษโรคหัวใจ     กลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จำนวน 2 ราย ในช่วงปีงบประมาณ 2566

     ผลการศึกษาพบว่า กรณีศึกษาที่ 1 เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 53 ปี ปฏิเสธโรคประจำตัว ให้ประวัติดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ มาโรงพยาบาลด้วยอาการ เจ็บแน่นตรงกลางหน้าอก ร้าวไปหลัง ตัวเย็น ใจสั่น เป็นมากขึ้นจึงมาโรงพยาบาล สัญญาณชีพ BP 121/71 mmHg, PR 66 ครั้ง/นาที, RR 16 ครั้ง/นาที Pain score 10 คะแนน การวินิจฉัย แรกรับสงสัย NSTEMI กรณีศึกษาที่ 2 ผู้ป่วยชายไทย อายุ 57 ปี รับส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนด้วย 1 วันก่อนมา ขณะที่นอนรักษา Cellulitis left foot ในโรงพยาบาล มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้ ไอมาก แน่นหน้าอก ขาบวม ร่วมกับมีปัญหาออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงได้รับการใส่ท่อหายใจ และส่งต่อมารักษาโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ การวินิจฉัย: Pneumonia, CHF R/O NSTEMI และ Cellulitis left foot ผู้ป่วยได้รับการรักษาทันเวลา ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของอาการหัวใจขาดเลือดที่รุนแรงเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยรายแรกถูกส่งไปรักษาโดยการสวนหัวใจต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ทันทีในวันต่อมา ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 ได้รับการดูแลต่อด้วยการให้ยาจนอาการดีขึ้น สามารถถอดท่อหายใจได้ จึงได้รับการส่งต่อไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จากการติดตามเยี่ยมพบว่าผู้ป่วยทั้ง 2 รายภายหลังได้รับการสวนหัวใจสามารถกลับไปใช้ชีวิตและดูแลตัวเองต่อได้ที่บ้าน

เอกสารอ้างอิง

Shojaeifard M, Guardian T, Yaghoobi N, Malek H, Firouzabadi H, Bitarafan-Rajabi A, et al. Comparison of Gated SPECT Myocardial Perfusion Imaging with Echocardiography for The measurement of Left Ventricular Volumes and Ejection Fraction in Patients with Severe Heart Failure. Res Cardiovasc Med 2016; 5: e29005.

Saltzman, S. (1999). Functional status assessment [online]. Available htt://www.galter.northwestern. Edu [2011, December 20].

Gordon, M. (1994). Nursing diagnosis: Process and Application. New York: McGraw-Hill.

Orem DE. Nursing: concepts of practice. 6th ed. Saint Louis: Mosby; 2001.

Holloway, N. M. (1979). Nursing the Critically ILL Adult. California: Addison-Wesley Publishing.

เยาวลักษณ์ โพธิดารา และธัญญาสิริ ธันยสวัสดิ์. (2563). ผลของการใช้แบบประเมินผู้ป่วยภาวะวิกฤตตามแนวคิดแฟนคัส ในกระบวนวิชาฝึกปฏิบัติการพยาบาล. พยาบาลสาร. ปีที่ 47 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน พ.ศ. 2563.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

จิระชีวะนันท์ อ. (2023). กรณีศึกษา: บทบาทพยาบาลการดูแลผู้ป่วยที่มารับบริการตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนความถี่สูง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(3), 274–283. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/1903