ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะตนเองต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • วิไลวรรณ ศรีภักดี โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

การรับรู้สมรรถนะตนเอง, พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ, หญิงตั้งครรภ์

บทคัดย่อ

     การวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะตนเองต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้แบบแผนการวิจัย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการฝากครรภ์ คลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่างได้จากการคำนวณ และใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มละ 30 คน รวม 60 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) โปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะตนเองของหญิงตั้งครรภ์ 2) แบบสอบถาม จำนวน 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะตนเอง ส่วนที่ 3 แบบประเมินพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ ใช้ระยะเวลา 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน โดยใช้การทดสอบค่าที แบบอิสระ (Independent t-test)

     ผลการวิจัยพบว่า 1) ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะตนเองในหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการฝากครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลุ่มทดลองมีการรับรู้สมรรถนะตนเองหญิงตั้งครรภ์ดีกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม และ ดีกว่ากลุ่มควบคุม 2) ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะตนเองในหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการฝากครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพดีกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม และ ดีกว่ากลุ่มควบคุม  

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ศรีสวัสดิ์, ชุติมา ปัญญาพินิจนุกูร, ณัฐธิดา สอนนาค.(2561). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2561;38(2):95-109.

ตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศรี, คณะ.(2560). แบบจำลองเชิงสาเหตุคุณภาพชีวิตของหญิงตั้งครรภ์. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2560;4(1):28-46.

คลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี.(2567). สถิติหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการฝากครรภ์คลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567. สุราษฎร์ธานี: โรงพยาบาลวิภาวดี; 2567.

สำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.(2565). คู่มือฝากครรภ์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 16 พ.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hp.anamai.moph.go.th/th

Bandura A.(1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1986.

บุญชม ศรีสะอาด.(2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น; 2556.

Best JW.(1977). Research in education. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall; 1977.

Walker SN, Volkan L, Sechrist KR, Pender NJ.(1988). Health lifestyle of older adults: Comparison with young and middle-aged adults, correlates and pattern. Adv Nurs Sci. 1988; 11:76-90.

Pender NJ, Murdaugh CL, Parsons MA.(2011). Health promotion in nursing practice. 6th ed. NJ: Pearson Education LTD; 2011.

ไชยา ท่าแดง, นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์.(2563). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมการจัดการตนเอง ระดับน้ำตาลในเลือดและระดับน้ำตาลเกาะสะสมเม็ดเลือดแดงของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2563;40(4):61-73.

สุมาลี ทองสวนส้ม, ณัฐพัชร์ บัวบุญ.(2564). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการเลี้ยงทารกด้วยนมมารดาของมารดาวัยรุ่นที่มีบุตรคนแรก. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2564;15(3):1-12.

เบญจพร ศศิวัจน์ไพสิฐ, อาทิตยา ไชยศิลป์.(2566). ผลของโปรแกรมสนับสนุนสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน. 2566.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีภักดี ว. . (2025). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะตนเองต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 10(4), 380–390. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/4607