การพัฒนารูปแบบการพยาบาลแบบประคับประคองในผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีภาวะพึ่งพิง สถาบันราชประชาสมาสัย
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, การพยาบาลแบบประคับประคอง, ผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีภาวะพึ่งพิงบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) สภาพปัญหาการพยาบาลแบบประคับประคองในผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีภาวะพึ่งพิง (2) พัฒนารูปแบบการพยาบาลแบบประคับประคอง และ (3) ประเมินผลการใช้รูปแบบดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 10 คน และพยาบาลวิชาชีพร่วมกับสหวิชาชีพจำนวน 25 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบตรวจสอบการปฏิบัติตามรูปแบบ แบบสอบถามการยอมรับการใช้รูปแบบ และแบบประเมินคุณภาพชีวิต ได้แก่ ESAS, 2Q และ 9Q วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการพยาบาลแบบประคับประคองในผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีภาวะพึ่งพิง สถาบันราชประชาสมาสัย ที่พัฒนาขึ้น คือ LIFES 2C B Model ประกอบด้วย L : Living will การแสดงเจตนาที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายในการดูแลรักษา F : Function การดูแลด้านการทำกิจวัตรประจำวัน E : Emotion and coping การดูแลด้านจิตใจ S : Symptoms การดูแลด้านร่างกาย C1 : Coordinated การทำงานร่วมกับแบบสหวิชาชีพ C2 : Continuing bonds การดูแลในระยะผู้ป่วยใกล้เสียชีวิต B : Bereavement การดูแลครอบครัวภายหลังผู้ป่วยเสียชีวิต (2) พยาบาลวิชาชีพและสหวิชาชีพ มีการยอมรับการใช้รูปแบบฯ และความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบฯ ในระดับสูงมาก (3) ผลการประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีภาวะพึ่งพิง ที่ได้รับการพยาบาลแบบประคับประคอง ก่อนและหลังพัฒนารูปแบบ พบว่า ก่อนพัฒนารูปแบบฯ มีผลคะแนนในทุกแบบประเมินโดยรวมไม่ดี
เอกสารอ้างอิง
WHO. (2022). Leprosy (Hansen’s disease). https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/leprosy.
กรมควบคุมโรค สถาบันราชประชาสมาสัย. (2566). สถานการณ์โรคเรื้อน ปี 2566. เข้าถึงได้จาก https://www.rpsi.go.th
อรอนงค์ น้อยเจริญ, นวิยา นันทพานิช, วิชชุดา ศรีจรงค์, กัลยา เจริญชัย, ณัฐกาญจน์ แก้วประดับ. (2565). การพัฒนาระบบบริการพยาบาลครบวงจรสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อนสูงอายุที่มีโรคเรื้อรังสถาบันราชประชาสมาสัย, วรสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 30(3), 30-41.
มูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงสาธารณสุข. (2563). ราชประชาสมาสัยสาร ฉบับพิเศษ 2559. นนทบุรี:บริษัท มาสเตอร์ คีย์ จำกัด.
สำนักงานสถิตแห่งชาติ. (2560). รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ.2560. กรุงเทพฯ: กองสถิติพยากรณ์.
World Health Organization. (2020). National cancer control programmes: Policies and managerial guidelines. Retrieved from https://apps.who.int/iris/bitstream/10665/42494/1/9241545577.pdf.
กรมอนามัย. ภาวะพึ่งพิงของผู้สูงอายุไทย ในอนาคตอีก 20 ปี : อนามัยพยากรณ์. (2567). เข้าถึงได้จาก https://hfd.anamai.moph.go.th/th/news-anamai-3/229198
นิตยา ทรัพย์วงศ์เจริญ และ ทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. (2563) บทบาทพยาบาลในการดูแลแบบประคับประคองในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. วารสารพยาบาลทหารบก มกราคม-เมษายน;21 (1):26-34.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร:สุวีริยาสาสน์การพิมพ์.
มะลิ เนื่องวงษา, นิสมา แสนศรี, อักษ์ศรา กะการดี, นันท์ชญาน์ นฤนาทธนาเสฏฐ์. (2567). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลมหาสารคาม, วรสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 21(1), 216-230.
Karla Schroeder, Karl Lorenz. (2017). Nursing and the Future of Palliative Care, Asia-Pacific Journal of Oncology Nursing, 5(1), 4-8.
มารยาท สุจริตวรกุล. (2562). ผลของการใช้แนวทางการดูแลแบบประคับประคองต่อคุณภาพชีวิตและผลลัพธ์ของการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลชลบุรี, วารสารโรงพยาบาลชลบุรี,44(2), 97-108.
อัญชิสา รัตนคุณูประการ, บวรลักษณ์ ทองทวี, บุณฑริกา ชาตรีวัฒนกุล. (2567). พฤติกรรมการดูแล แบบประคับประคองของพยาบาลในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4,วารสารการแพทย์และสาธารณสุขเขต 4, 12(2), 13-24.

