การพยาบาลผู้สูงอายุสมองเสื่อมมีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน : กรณีศึกษา
คำสำคัญ:
การพยาบาล, ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ, ภาวะพึ่งพิงในชุมชนบทคัดย่อ
การศึกษานี้ เป็นการศึกษาเปรียบเทียบกรณีศึกษาผู้สูงอายุ จำนวน 2 ราย ได้รับการวินิจฉัยว่าสมองเสื่อมและมีภาวะพึ่งพิง ที่อยู่ในระบบการดูแลของศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลห้วยผึ้ง โดยเก็บข้อมูลในช่วงปี พ.ศ.2567-2568 ผู้ศึกษารวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ แบบบันทึกข้อมูลจากเวชระเบียน พยาธิสภาพของโรค การประเมิน การสัมภาษณ์ การสังเกต การเยี่ยมบ้าน รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล นำมากำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ปฏิบัติการพยาบาล ประเมินและสรุปผล การศึกษานี้ได้นำแนวคิดการพยาบาลแบบองค์รวม แนวคิดในการปฏิบัติการในชุมชน ทฤษฎีความพร่องในการดูแลตนเองของโอเรม และแบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วย
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยรายที่ 1 เพศชายอายุ 82 ปี ผู้ดูแลหลักคือบุตรสาวและหลานสาว มีโรคร่วมคือความดันโลหิตสูง เคลื่อนย้ายตนเองได้ หลงทางกลับบ้าน จำมื้อรับประทานอาหารไม่ได้ การนอนผิดปกติ กลั้นปัสสาวะอุจาระไม่ได้ ประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ALD =7/20 คะแนน IADL =0/8 คะแนน มีพฤติกรรมและอารมณ์ไม่เหมาะสม ญาติไม่เข้าใจภาวะมองเสื่อม ผู้ป่วยรายที่ 2 เพศชาย อายุ 75 ปี ผู้ดูแลหลักคือบุตรสาว มีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดสูง การเคลื่อนย้ายตนเองลำบาก เนื่องจากขาทั้งสองข้างอ่อนแรง เฉยชาไม่สนใจสิ่งแวดล้อม กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีปัญหาด้านการนอน ประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ALD = 6/20 คะแนน IADL = 0/8 คะแนน ญาติไม่เข้าใจภาวะสมองเสื่อม
เอกสารอ้างอิง
สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ. (2567). แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในระยะยาว (Long-term care). นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม. (2565). คู่มือการจัดการปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ในผู้ป่วยสมองเสื่อมสำหรับครอบครัว. กรุงเทพฯ: พรินท์ทูยู.
สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์. (2564). แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม. ธนาเพลส.
กรมการแพทย์. (2566). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาภาวะสมองเสื่อม (Revised Edition). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
World Health Organization. (2023). Global status report on the public health response to dementia. Geneva: World Health Organization.

