การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอย่างมีส่วนร่วม ในโรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่

ผู้แต่ง

  • สุวิจักขณ์ ปุญนุวงศ์ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, แนวทางการดูแล, การมีส่วนร่วม, โรงพยาบาล

บทคัดย่อ

     การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยทบทวนคุณภาพ ทั้งการรักษา และกระบวนการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างผู้ป่วย และชุมชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อทั้งภาวะสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ ปัญหาการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอย่างมีส่วนร่วม รวมถึงศึกษาประสิทธิผลของแนวทางการดูแลในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอย่างมีส่วนร่วม ของโรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ดำเนินการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การวางแผน 2) การปฏิบัติ 3) การสังเกต และ 4) การสะท้อนผล ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 30 คน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทางการพยาบาล 30 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติเชิงอนุมาน Pair sample t-test และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

     ผลการวิจัย พบว่า แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1) องค์ประกอบเชิงโครงสร้าง มี 3 องค์ประกอบย่อย คือ การมีคณะกรรมการขับเคลื่อนร่วมที่เป็นทีมสหวิชาชีพและทีมสุขภาพชุมชน การมีเครื่องมือและหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน และการมีระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงกันระหว่างโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  2) องค์ประกอบในการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 3 ระยะหลัก คือ ระยะที่ 1 ก่อนเข้ารับบริการ ด้วยการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในชุมชน ระยะที่ 2 ระยะเข้าสู่การรักษา เป็นการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพปอดระหว่างทีมสหวิชาชีพ ผู้ป่วยและญาติ และระยะที่ 3 การส่งต่อ และติดตามต่อเนื่องด้วยการเยี่ยมบ้าน และ 3) องค์ประกอบด้านผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มี 3 องค์ประกอบย่อย คือ ผลลัพธ์ทางคลินิกเพื่อลดการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำ ผลลัพธ์ด้านคุณภาพชีวิตและกระบวนการผ่านสมรรถนะการดูแลตนเอง และผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพของระบบบริการ โดยผลการประเมินโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหลังการพัฒนาแนวทาง พบว่าผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมีค่าเฉลี่ยลดลงกว่าก่อนการดำเนินการ 2.47 (95% CI: 0.91- 4.02) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

กรรณิการ์ ทับทิมกลาง, วารุณี พลิกบัว, ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ. ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพในการทำนายคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. Nurs Sci J Thail. 2567 Dec 27;42(4):53–67.

สมาคมอายุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ภาพพิมพ์. กรุงเทพฯ: สมาคมอายุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2565.

World Health Organization. The top 10 causes of death [Internet]. 2024 [cited 2025 Jul 26]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/the-top-10-causes-of-death

Wang Z, Lin J, Liang L, Huang F, Yao X, Peng K, et al. Global, regional, and national burden of chronic obstructive pulmonary disease and its attributable risk factors from 1990 to 2021: an analysis for the Global Burden of Disease Study 2021. Respir Res. 2025 Dec;26(1):1–11.

C P, N P, A D, T T, C B, C L, et al. Clinical characteristics, management in real world practice and long-term survival among COPD patients of Northern Thailand COPD club members. J Med Assoc Thail Chotmaihet Thangphaet [Internet]. 2007 Apr [cited 2025 Jul 26];90(4). Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/17487118/

D D, K de H, N PH, I F, Y C, S DM, et al. Air pollution, lung function and COPD: results from the population-based UK Biobank study. Eur Respir J [Internet]. 2019 Jul 25 [cited 2025 Jul 26];54(1). Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31285306/

Da L, S E, G DS. Association of birth weight with adult lung function: findings from the British Women’s Heart and Health Study and a meta-analysis. Thorax [Internet]. 2005 Oct [cited 2025 Jul 26];60(10). Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16055617/

Ek S, St W, Jm D, Ha C, V C, Ej C, et al. Gender-related differences in severe, early-onset chronic obstructive pulmonary disease. Am J Respir Crit Care Med [Internet]. 2000 Dec [cited 2025 Jul 26];162(6). Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/11112130/

Jk S, Ls A. Alpha1-antitrypsin deficiency. Lancet Lond Engl [Internet]. 2005 [cited 2025 Jul 26];365(9478). Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15978931/

Donabedian, A. Evaluating the Quality of Medical Care. Milbank Q. 2005;83(4):691–729.

Tuangratananon T, Julchoo S, Phaiyarom M, Panichkriangkrai W, Pudpong N, Patcharanarumol W, et al. Healthcare providers’ perspectives on integrating NCDs into primary healthcare in Thailand: a mixed method study. Health Res Policy Syst. 2021 Nov 27;19(1):139.

ศศิธร แสงสุข, ไสว โสมาบุตร, มนัสนันท์ สุพรรณโมก. ประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลกุดชุม. ยโสธรเวชสาร. 2567 May 13;26(1):113–26.

ประภา โพธิหัง, วิสาร์กร มดทอง. ประสิทธิผลของระบบบริการที่พัฒนาขึ้นต่อการควบคุมอาการหอบในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังของโรงพยาบาลในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2561;27(5):866–76.

ศิริณา รังกลิ่น. การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2567;9(4):764–9.

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. HDC Service [Internet]. 2568 [cited 2568 Aug 14]. Available from: https://hdc.moph.go.th/kbi/public/standard-report-detail/33b1c30a4652927ac32fee24e8906170

อัจฉราพร กิ่งเล็ก, ดวงกมล ปิ่นเฉลียว. คุณภาพบริการตามการรับรู้ของผู้ใช้บริการแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่. J POLICE NURSES Health Sci. 2560;9(2):54–63.

วิมลัก ธารางกูร. การดูแลตนเองเกี่ยวกับการใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุคลินิกหอบหืด และปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข. 2567;2(2):29–40.

Mannarini T, Fedi A, Trippetti S. Public involvement: How to encourage citizen participation. J Community Appl Soc Psychol. 2010;20(4):262–74.

Fusi-Schmidhauser T, Froggatt K, Preston N. Palliative care integration for patients with advanced chronic obstructive pulmonary disease (COPD): Identifying essential components using participatory action research. Palliat Med. 2021 Dec 1;35(10):1933–40.

Nata Tubtimcharoon. PARTICIPATORY ACTION RESEARCH: A POSSIBLE RESEARCH METHOD FOR DEVELOPING SUSTAINABLE TOURISM IN THAILAND. Panyapiwat J. 2021;13(2):293–309.

วีระยุทธ์ ชาตะกาญจน์. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี. 2558;2(1):29–49.

วิลัยวรรณ มากมี. การพัฒนาและประเมินผลแนวปฏิบัติการพยาบาลในการสื่อสารระหว่างพยาบาลและผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจในหอผู้ป่วยวิกฤต [วิทยานิพนธ์]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2561.

นริศรา เสามั่น, สุทธีพร มูลศาสตร, กฤษณาพร ทิพย์กาญจนเราขา. ประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมความผูกพันของชุมชนในการป้องกันโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในกลุ่มเสี่ยง จังหวัดสุรินทร์. J Thail Nurs Midwifery Counc. 2568 Jul 8;40(03):488–505.

De Miguel-Díez J, Fernández-Villar A, Doña Díaz E, Padilla Bernáldez M, Trillo-Calvo E, Molina París J, et al. Chronic Obstructive Lung Disease: Treatment Guidelines and Recommendations for Referral and Multidisciplinary Continuity of Care. J Clin Med. 2024 Jan;13(2):303.

de Zwart F, van den Bemt L, van den Borst B, de Man M, van den Heuvel M, Spruit M, et al. Developing an interprofessional collaboration for COPD patients in primary care: a participatory action research approach. NPJ Prim Care Respir Med. 2025 Oct 14;35:43.

Meng W, Ma Y, Wu J, Wang J, Zhao R, Liu S, et al. Prevalence of treatable traits among patients with very severe COPD across STAR and GOLD classification: A multicenter cohort study. Pulmonology. 2026 Jan 14;32(1):2613525.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-28

รูปแบบการอ้างอิง

ปุญนุวงศ์ ส. (2026). การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอย่างมีส่วนร่วม ในโรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 11(1), 272–285. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/5307