การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะไตเรื้อรัง โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะไตเรื้อรัง, การมีส่วนร่วม, เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบและผลของการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะไตเรื้อรัง โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะไตเรื้อรัง ได้การสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) จำนวน 50 คน และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบประเมินพฤติกรรมการควบคุมอาหาร การมีกิจกรรมทางกาย ความเครียด การรักษาและการใช้ยา ผลลัพธ์ทางคลินิก ได้แก่ ระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด และอัตราการทำงานของไต วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบพฤติกรรมสุขภาพ และผลลัพธ์ทางคลินิก ก่อน-หลัง เข้าร่วมกิจกรรมโดยใช้สถิติ Pair t-test
ผลการศึกษา พบว่าก่อน-หลังร่วมกิจกรรมกลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการควบคุมอาหาร คะแนนเฉลี่ยจาก 3.20 (SD=.60) เพิ่มขึ้นเป็น 3.49 (SD=.42) ระดับปานกลาง, การมีกิจกรรมทางกาย คะแนนเฉลี่ยจาก 1.44 (SD=.57) ระดับน้อยที่สุดเพิ่มขึ้นเป็น 2.40 (SD=.36) ระดับน้อย, ความเครียด คะแนนเฉลี่ยจาก 1.40 (SD=.52) ลดลงเป็น 1.26 (SD=.33) ระดับน้อยที่สุด, การรักษาและการใช้ยา คะแนนเฉลี่ย 3.47 (SD=.38) ระดับปานกลาง หลังร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 4.30 (SD=.52) ระดับมาก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ พบว่าระดับความดันโลหิตตัวบน (SBP) มีค่าเฉลี่ยจาก 142.6 (SD=16.16) ลดลงเป็น 129.58 (SD=7.81) น้ำตาลสะสมในเลือด (A1C) มีค่าเฉลี่ย 8.6 (SD=3.68) ลดลงเป็น 7.7 (SD=2.37) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนระดับความดันโลหิตตัวล่าง (DBP) มีค่าเฉลี่ย 76.26 (SD=11.09) ลดลงเป็น 74.12 (SD=8.32) และอัตราการทำงานของไต (eGFR) มีค่าเฉลี่ยจาก 40.15 (SD=8.64) เพิ่มขึ้นเป็น 41.76 (SD=12.25) ไม่แตกต่างกัน
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2562). รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขสำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์
พรรณทิวา บุญมี, ขนิษฐา วิศิษฏ์เจริญ, ศุภวรรณ ใจบุญ และดวงรัตน์ กวีนันทชัย (2567) ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมของผู้ป่วยโรคเบาหวานในโรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 8(2); 1-15.
กนกวรรณ ด้วงกลัด ปัญญารัตน์ ลาภวงศ์วัฒนา และกสมลรัตน์ ชาญสาธิตพร. (2563). โปรแกรมการส่งเสริมการจัดการตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1); 66-82.
มัณฑริกา แพงบุดดีและวิลาวัณย์ ชมนิรัตน์. (2564). ศึกษาการพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันโรคไตเรื้อรังในชุมชน ตำบลหนองแดง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 14(3); 179-191.
อนุ อิสระพานิชและกิตติพร เนาว์สุวรรณ. (2565). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระยะ 4 เครือข่ายสุขภาพอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์, 14(1); 157-175.
พรรณทิวา บุญมี, ขนิษฐา วิศิษฏ์เจริญ, ศุภวรรณ ใจบุญ และดวงรัตน์ กวีนันทชัย (2567) ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมของผู้ป่วยโรคเบาหวานในโรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 8(2); 1-15.
ศุภาพร โพธิ์เอี้ยงและอทิตยา เฉิดโฉม. (2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเบาหวานระยะที่ 3-4 โรงพยาบาลแม่เมาะ.วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ, 6(1); 31-44.
สมคิด สุภาพันธ์. (2562). การพัฒนารูปแบบการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงด้วยการจัดการรายกรณี โรงพยาบาลภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(5); 857-866.
อนุ อิสระพานิชและกิตติพร เนาว์สุวรรณ. (2565). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระยะ 4 เครือข่ายสุขภาพอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์, 14(1); 157-175.

