ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความรู้และทักษะของผู้ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับ การใส่คาสายสวนปัสสาวะที่บ้าน

ผู้แต่ง

  • เพ็ญจันทร์ จันทร์รอด โรงพยาบาลเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

โปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจ, ความรู้ผู้ดูแล, ทักษะการดูแล, คาสายสวนปัสสาวะ

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความรู้และทักษะของผู้ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการใส่คาสายสวนปัสสาวะที่บ้าน การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental design) โดยใช้รูปแบบสองกลุ่มก่อน-หลังการทดลอง (Two group pretest-posttest design) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ดูแลผู้ป่วยจำนวน 70 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ โปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจและแบบสอบถามวัดความรู้และทักษะก่อนและหลังการทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติอนุมาน ได้แก่ Paired t-test และ Independent t-test ที่ระดับนัยสำคัญ .05

     ผลการวิจัยพบว่า ผู้ดูแลในกลุ่มทดลองมีความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการใส่คาสายสวนปัสสาวะที่บ้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการใช้โปรแกรม และมีค่าคะแนนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

วาสินี ชาญศรี, พรเลิศ ชุมชัย.(2562). บทบาทพยาบาลชุมชนในการป้องกันการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่มีภาวะจำกัดการเคลื่อนไหว. เวชบันทึกศิริราช. 2562;12(2):101-7.

Chin J, Morrow DG, Stine-Morrow EA, Conner-Garcia T, Graumlich JF, Murray MD.(2011). The process-knowledge model of health literacy: evidence from a componential analysis of two commonly used measures. J Health Commun. 2011; 16:222-41. doi:10.1080/10810730.2011.604702.

วัชราภรณ์ ไพโรจน์.(2564). การพัฒนาสื่อวีดิทัศน์สำหรับผู้ดูแลในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะจากการสวนปัสสาวะเป็นเวลาแบบสะอาด [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สมพร สมสกุล, สุนทรียา ศิริโชติ.(2558). การป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ. ใน: คู่มือปฏิบัติงานการควบคุมโรคติดในโรงพยาบาล. 2558. หน้า 60-62.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.(2557). รายงานการศึกษาค่าใช้จ่ายของการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะจากสายสวนในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

โรงพยาบาลเคียนซา.(2568). การเฝ้าระวังการติดเชื้อของโรงพยาบาลเคียนซา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565–2567. โรงพยาบาลเคียนซา; 2568.

จุฬาพร ขำดี.(2561). ผลการส่งเสริมการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่จากการคาสายสวนปัสสาวะ งานผู้ป่วยใน โรงพยาบาลศรีประจันต์. J Boromarjonani Coll Nurs Suphanburi. 2561;39-54.

Gibson JP, Wheelwright NT.(1995). Genetic structure in a population of a tropical tree Ocotea tenera (Lauraceae): influence of avian seed dispersal. Oecologia. 1995; 103(1):49-54.

Gibson CH. The process of empowerment in mothers of chronically ill children. J Adv Nurs. 1995; 21:1201-10.

ธาราทิพย์ ไชยวุธ, ศิวพร อึ้งวัฒนา, เดชา ทำดี. ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจต่อการปฏิบัติการจัดท่าผู้สูงอายุติดเตียงในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. พยาบาลสาร. 2563;47(4):114-27.

Bloom BS, et al. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill Book Company; 1971.

Bandura A. Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191-215.

Smith T, Johnson R, Williams L. Empowerment programs and their impact on chronic patient care in community settings. Chronic Illn. 2018;14(1):15-25.

Lee S, Kim J, Park H. Effects of caregiver training on care quality for catheterized patients. J Nurs Care Qual. 2017;32(3):235-42.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-28

รูปแบบการอ้างอิง

จันทร์รอด เ. (2026). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความรู้และทักษะของผู้ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับ การใส่คาสายสวนปัสสาวะที่บ้าน. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 11(1), 408–417. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/5366