การศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อจุลชีพที่พบในโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง

ผู้แต่ง

  • อังสณา กระจ่างแจ้ง นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ 2นักเทคนิคการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยาคลินิก โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง
  • เชษฐินี แสนศิริ นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ 2นักเทคนิคการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยาคลินิก โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง
  • พรทิพย์ คำมุงคุณ นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ 2นักเทคนิคการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยาคลินิก โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง

คำสำคัญ:

การติดเชื้อในโรงพยาบาล, เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ, อุบัติการณ์, ความไวต่อยา

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อจุลชีพ 2) วิเคราะห์อัตราการติดเชื้อจุลชีพและแนวโน้มของเชื้อดื้อยา 3) เพื่อใช้ข้อมูลผลการศึกษาในการวางแผนแนวทางป้องกัน ควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง  การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง (Retrospective Descriptive Research) รวบรวมข้อมูลจากรายงานผลการพบเชื้อแบคทีเรียของผู้มารับบริการที่บันทึกใน เวชระเบียนอิเลกทรอนิกจากโปรแกรม HOSxP ของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 – 31 ธันวาคม 2567 ทั้งหมด จำนวน 6,150 ตัวอย่าง และเลือกเฉพาะสิ่งส่งตรวจที่มีอุบัติการณ์สูงสุด 3 อันดับแรก เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มความไวต่อยาของเชื้อดื้อยา ดำเนินการระหว่าง กรกฎาคม– ธันวาคม พ.ศ. 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน และร้อยละ

     ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 51.8) มีอายุเฉลี่ยในช่วงวัยทำงานและผู้สูงอายุ จากการวิเคราะห์สิ่งส่งตรวจทั้งหมด พบว่าประเภทสิ่งส่งตรวจที่พบมากที่สุดคือ ปัสสาวะ (ร้อยละ 28.03) เสมหะ (ร้อยละ 23.59) และเลือด (ร้อยละ 22.57)  ในด้านอุบัติการณ์เชื้อดื้อยา พบว่าเชื้อ Escherichia coli (ESBL) ในปัสสาวะ (ร้อยละ 50.16) ขณะที่เสมหะพบเชื้อ Acinetobacter baumannii (MDR) ในสัดส่วนที่วิกฤตสูงถึงร้อยละ 56.77 สำหรับในเลือดพบกลุ่มเชื้อ Staphylococcus hominis (MRCoNS) เป็นอันดับต้น (ร้อยละ 26.32) ในด้านความไวต่อยาต้านจุลชีพ พบว่า E. coli ในปัสสาวะมีความไวต่อยา Meropenem ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง (ร้อยละ 95.5-99.0) ขณะที่เชื้อในเสมหะมีแนวโน้มความไวต่อยาบางชนิดคงที่หรือลดลงเล็กน้อยในกลุ่มเชื้อดื้อยาสำคัญ ซึ่งสรุปได้ว่าแนวโน้มอุบัติการณ์การติดเชื้อและรูปแบบการดื้อยายังคงมีความผันแปรตามชนิดของสิ่งส่งตรวจและประเภทของเชื้อ

เอกสารอ้างอิง

Kubde D, Badge AK, Ugemuge S, Shahu S.(2023). Importance of hospital infection control. Cureus. 2023;15(12):e50931. doi: 10.7759/cureus.50931.

National Nosocomial Infections Surveillance (NNIS) System.(2004). National Nosocomial Infections Surveillance (NNIS) System report: data summary from January 1992 through June 2004. Am J Infect Control. 2004;32(8):470-85.

World Health Organization.(2015). Global antimicrobial resistance surveillance system: manual for early implementation [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2015 [cited 2026 Mar 27]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789241549400

World Health Organization.(2023). Global antimicrobial resistance and use surveillance system (GLASS) report 2023 [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2026 Mar 27]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240073555

คณะกรรมการประสานงานนโยบายแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ.(2566). แผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ พ.ศ. 2566–2570 [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://amrthailand.net/Home/Plan_Strategy

กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ.(2564). แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการดื้อยาต้านจุลชีพในชุมชน. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม. 2564;23(2):15-28. เข้าถึงได้จาก: https://env.anamai.moph.go.th/

กรมควบคุมโรค.(2565). รายงานสถานการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 20 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th

คณะกรรมการประสานงานนโยบายแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ.(2566). แผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ พ.ศ. 2566–2570 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://amrthailand.net/Home/Plan_Strategy

อัชราภร เกษมสายสุวรรณ, ธนัญญา เชี่ยวบางยาง, ดวงฤทัย กุหลาบเพ็ชร์ และจิลาวัลย์ เมฆจันทร์.(2565). สถานการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาลและในชุมชนของผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ระหว่างปี พ.ศ. 2560–2562 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สถาบันโรคทรวงอก; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 27 ม.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ccit.go.th/document_upload/research/2565/1.pdf

Tuamsuwan K, Chamawan P, Boonyarit P, Srisuphan V, Klaytong P, Rangsiwutisak C, et al.(2024). Frequency of antimicrobial-resistant bloodstream infections in 111 hospitals in Thailand, 2022. J Infect. 2024;89(4):106249. doi: 10.1016/j.jinf.2024.106249.

จิราวรรณ กองจำปา.(2568). อุบัติการณ์การติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อแบคทีเรียเฝ้าระวัง 8 ชนิด ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาลบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์ และสุขภาพ. 2568;10(4):888-99. เข้าถึงได้จาก: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/291261

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

กระจ่างแจ้ง อ. ., แสนศิริ เ. ., & คำมุงคุณ พ. (2026). การศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อจุลชีพที่พบในโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 11(2), 29–38. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/5469