ผลการใช้และพัฒนาโปรแกรมป้องกันปอดอักเสบโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎีโอเรมต่อความสามารถผู้ดูแลผู้ป่วยคาท่อหลอดลมคอและใส่สายยางให้อาหาร ก่อนจำหน่ายกลับบ้าน โรงพยาบาลอุดรธานี
คำสำคัญ:
โปรแกรมป้องกันปอดอักเสบ, ผู้ดูแลผู้ป่วยคาท่อหลอดลมคอ, การวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยสายยางให้อาหารบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ พัฒนาและใช้โปรแกรมป้องกันปอดอักเสบ ดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 รวมระยะเวลา 13 เดือน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้ป่วย จำนวน 187 คน ผู้ดูแล จำนวน 187 คน รวม 374 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แนวทางการสนทนากลุ่ม แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความเหมาะสมโปรแกรม แบบประเมินความรู้ แบบประเมินความสามารถผู้ดูแล แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบเก็บข้อมูลทางคลินิก สถิติที่ใช้ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบก่อนหลังด้วยสถิติ Paired t-test
ผลการศึกษาพบว่า การพัฒนาโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยกิจกรรม การเตรียมความพร้อม การทำความสะอาดช่องปาก การดูดเสมหะ การดูแลแผลเจาะคาท่อหลอดลมคอ การทำความสะอาดท่อหลอดลมคอชั้นใน การให้อาหารทางสายยาง และการสังเกตอาการสงสัยปอดอักเสบ ร่วมกับการติดตามต่อเนื่องสี่ครั้งภายใน 28 วันหลังจำหน่าย ผลการใช้โปรแกรมพบว่า คะแนนความรู้ของผู้ดูแลเพิ่มขึ้นเป็นระดับมาก (= 26.83, SD = 1.74) คะแนนความสามารถของผู้ดูแลเพิ่มขึ้นเป็นระดับมาก (
= 178.65, SD = 8.34) ความแตกต่างของทั้งสองตัวแปรมีนัยสำคัญ ได้แก่ อัตราการเกิดปอดอักเสบภายใน 28 วันหลังจำหน่าย อัตราการกลับเข้ารักษาซ้ำด้วยสาเหตุปอดอักเสบ ความพึงพอใจของผู้ดูแล และความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพ (p < .001) สรุปและอภิปรายผลโปรแกรมป้องกันปอดอักเสบสามารถเพิ่มความรู้และความสามารถผู้ดูแล ลดอัตราการเกิดปอดอักเสบและการกลับเข้ารักษาซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
GBD 2023 Lower Respiratory Infections and Antimicrobial Resistance Collaborators.(2024). Global burden of lower respiratory infections and aetiologies, 1990–2023: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2023. Lancet Infect Dis.
กระทรวงสาธารณสุข.(2566). รายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบ ปี 2566. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.(2567). รายงานการเฝ้าระวังโรคทางระบาดวิทยา. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค.
DiBardino DM, Wunderink RG.(2015). Aspiration pneumonia: A review of modern trends. J Crit Care. 2015;30(1):40–8.
Metheny NA.(2006). Preventing respiratory complications of tube feedings: Evidence-based practice. Am J Crit Care. 2006;15(4):360–9.
Bosch X, Formiga F, Cuerpo S, Torres B, Rosón B, Lopez-Soto A.(2012). Aspiration pneumonia in old patients with dementia. Eur J Intern Med. 2012;23(8):720–6.
สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ.(2548). แนวทางการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว. กรุงเทพมหานคร: กรมการแพทย์.
พวงทอง ไกรพิบูลย์.(2555). โรคปอดอักเสบ. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
อุทัย สุดสุข, กาญจนา ปัญญาธร, ภัทราวดี สุขเจริญ.(2565). ผลการใช้โปรแกรมการพยาบาลตามทฤษฎีโอเรมต่อความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ดูแลผู้ป่วยเด็กปอดอักเสบ. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2565;45(2):12–23.
ศิริรัตน์ ปานอุทัย, วิภาวรรณ ตั้งนิพนธ์, นงค์คราญ วิเศษกุล.(2553). การพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรัง. เชียงใหม่: โครงการตำราคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี.(2567). รายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบจังหวัดอุดรธานี ปีงบประมาณ 2565–2567. อุดรธานี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี.
งานสารสนเทศสุขภาพโรงพยาบาลอุดรธานี.(2567). รายงานสถิติผู้ป่วยโรงพยาบาลอุดรธานี ปีงบประมาณ 2564–2567. อุดรธานี: โรงพยาบาลอุดรธานี.
Almansour NA, AlHedyan YA, Alshathri NN, Alsubaie RS, Alsuliman SY, Omair AA, et al.(2024). Efficacy of home healthcare on the management of tracheostomy patients. Saudi Med J. 2024;45(7):724–30.
Hsiao SY, Yao CT, Lin YT, Huang ST, Chiou CC, Huang CY, et al.(2022). Relationship between aspiration pneumonia and feeding care among home care patients with an in-dwelling nasogastric tube in Taiwan: A preliminary study. Int J Environ Res Public Health. 2022;19(9):5419.
Lima FC, Neves WFS, Dias ALL, et al.(2024). Nursing care protocol for critical users with tracheostomy under mechanical ventilation. Rev Bras Enferm. 2024;77(2):e20230337.
สิกขภัทร แก้วธำรงค์, นิตยา ฮะค่อม.(2563). บทบาทของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตที่ได้รับการเจาะคอและใส่ท่อหลอดลมคอในหอผู้ป่วยไอซียู. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
แก้วกาญจน์ เสือรัมย์.(2565). การประยุกต์ใช้ทฤษฎีโอเร็มในการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบ: กรณีศึกษา. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ.
จันทร์ทิรา เจียรณัย และคณะ.(2565). การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ: ทฤษฎีการดูแลตนเองและการประยุกต์ใช้ทฤษฎีระบบการพยาบาล. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล.
Tovichien P, Khaowsibsam N, Choursamran B, Charoensittisup P, Palamit A, Udomittipong K.(2023). Impact of respiratory care training and family support using telemedicine on tracheostomized children admitted with respiratory infection after discharge. BMC Pediatr. 2023;23(1):627.
Shi Y, Orkin J, Walsh CM, Chu S, Keilty K, McKay S, et al.(2022). Pediatric chronic tracheostomy care: An evaluation of an innovative competency-based education program for community health care providers. Front Pediatr. 2022;10:885405.
ปาริชาต ใจดี.(2568). การพัฒนาแนวทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการนอนโรงพยาบาลในหอผู้ป่วย โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2568.
สิริพร นาคพาณิชย์.(2566). กรณีศึกษาการพยาบาลผู้สูงอายุปอดอักเสบและมีการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง. วารสารวิชาการและการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช. 2566;3(2):E000566.

