พัฒนาระบบการบริการเยี่ยมบ้านและการดูแลต่อเนื่องในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ของโรงพยาบาลโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ระบบการบริการเยี่ยมบ้าน, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์:เพื่อพัฒนาระบบการบริการเยี่ยมบ้านและการดูแลต่อเนื่องในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของโรงพยาบาลโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่าง 30 พฤศจิกายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2568 กลุ่มตัวอย่างคือ ทีมสุขภาพจำนวน 35 คน และผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะฟื้นฟู จำนวน 15 คน ที่ได้รับการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ขั้นตอนการวิจัยการดำเนินงาน แบ่งกระบวนออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 วิเคราะห์สถานการณ์และศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในกลุ่มทีมสุขภาพจำนวน 35 คน ระยะที่ 2 พัฒนาระบบการบริการเยี่ยมบ้าน ระยะที่ 3 ทดลองใช้เชิงปฏิบัติการกับกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะฟื้นฟู จำนวน 15 คน เพื่อปรับปรุงระบบ และระยะที่ 4 นำระบบการบริการเยี่ยมบ้านรูปแบบใหม่ไปปฏิบัติจริงและประเมินประสิทธิผล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ก่อน–หลังการเยี่ยมบ้าน แบบประเมินความพึงพอใจต่อการบริการ แบบประเมิน Barthel Index แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก การวิเคราะห์ข้อมูล เชิงเนื้อหา ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย สถิติ Friedman test และ Wilcoxon signed rank test เปรียบเทียบคะแนน Barthel Index 3 ช่วง
ผลการวิจัย พบว่าคะแนน Barthel Index มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเริ่มเข้ารับการรักษา ช่วงจำหน่ายออก ช่วง 6 เดือนหลังการดูแลต่อเนื่อง ผลทดสอบด้วย Friedman test พบความแตกต่างของคะแนนในสามช่วงเวลามีนัยสำคัญทางสถิติ p < 0.05 และการทดสอบจับคู่ด้วย Wilcoxon signed‑rank test ระหว่างช่วงเริ่มเข้ารักษากับช่วงจำหน่ายออก, ช่วงจำหน่ายออกกับ 6 เดือนหลังดูแลต่อเนื่อง และช่วงเริ่มเข้ารักษากับ 6 เดือนหลังดูแลต่อเนื่องแต่ละคู่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ p < 0.05 ในด้านความพึงพอใจของผู้รับบริการ และผู้ดูแลค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงมากที่สุด (เฉลี่ย ≥ 3.41) สะท้อนว่า ผู้รับบริการมีความพึงพอใจกับระบบบริการเยี่ยมบ้านและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเป็นอย่างดีทั้งนี้ ข้อสังเกตจากผู้พัฒนาระบบ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ ความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพ บทบาทชัดเจนของเจ้าหน้าที่ในชุมชน เครือข่ายการดูแลที่เชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน
เอกสารอ้างอิง
ดวงธิดา โสดาพรม. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงในชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(2), 145-154.
ธัญญา นามวงศ์. (2562). ความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลต่อคุณภาพบริการการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้าน. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 42(3), 88-97.
ภัทรวรรณ นิสยันต์. (2560). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายชุมชน. วารสารเกื้อการุณย์, 24(1), 57-71.
พิชชานันท์ สงวนสุข. (2564). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 31(2), 112-123.
รุ่งนภา พรมมี. (2564). การบูรณาการระบบบริการดูแลต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่ชุมชนสำหรับผู้ป่วยระยะฟื้นฟู. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(4), 675-686.
ศิริกาญจน์ เจริญสุข. (2563). ประสิทธิภาพของการเยี่ยมบ้านโดยทีมสหสาขาวิชาชีพต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน. วารสารสภาการพยาบาล, 35(1), 99-114.
สุพจน์ ดีไทย. (2565). การเตรียมความพร้อมและความรู้ของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองก่อนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า, 39(2), 201-212.
อาณัติ วรรณะ. (2562). การรับรู้ปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนความผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองในประชากรกลุ่มเสี่ยง. วารสารแพทย์เขต 4-5, 38(3), 341-353.
Bracht, N. (1999). Health promotion at the community level: New advances (2nd ed.). SAGE Publications.
Donabedian, A. (1988). The quality of care: How can it be assessed?. JAMA, 260(12), 1743-1748.
World Health Organization. (2018). Continuity and coordination of care: A practice brief to support implementation of the WHO Framework on integrated people-centred health services. World Health Organization.

