การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับโรคหัวใจเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากยาวาร์ฟาริน : กรณีศึกษา

ผู้แต่ง

  • วัชรี เกตุแก้ว พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสมุทรสาคร

คำสำคัญ:

โรคเบาหวาน, โรคหัวใจเต้นพลิ้ว, ยาวาร์ฟาริน, ภาวะแทรกซ้อนจากยา, การพยาบาลห้องตรวจอายุรกรรม

บทคัดย่อ

      การศึกษานี้เป็นกรณีศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับโรคหัวใจเต้นพลิ้วที่มีภาวะแทรกซ้อนจากยาวาร์ฟาริน ให้ได้รับการดูแลรักษาที่รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และสามารถจัดการสุขภาพตนเองได้อย่างต่อเนื่องเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน เป็นการศึกษาเชิงลึกในผู้ป่วยเฉพาะราย (Case Study) ณ ห้องตรวจอายุรกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568 รวบรวมข้อมูลจากการประเมินสภาพร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การวางแผนการพยาบาลตามข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล และการติดตามผลการดูแลรักษาในหอผู้ป่วยจนกระทั่งจำหน่ายกลับบ้านและติดตามผลที่คลินิกผู้ป่วยนอกห้องตรวจอายุรกรรม

      ผลการศึกษา: ผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 84 ปี มีประวัติเบาหวาน 20 ปี และโรคหัวใจเต้นพลิ้ว 4 ปี พฤติกรรมสุขภาพชอบรับประทานหวาน ขาดการออกกำลังกาย และรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง แรกรับมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ตรวจพบจุดจ้ำเลือดที่ต้นขาขวา ผลทางห้องปฏิบัติการพบน้ำตาลในเลือดสูงวิกฤต (DTX 395 mg/dL, HbA1c 10.5%) และค่าการแข็งตัวของเลือดสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างรุนแรงจากยาวาร์ฟาริน (INR 7.5) ร่วมกับหัวใจเต้นพลิ้วชนิดเร็ว (AF with RVR) และโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (K 3.2 mEq/L) พยาบาลได้จำแนกผู้ป่วยเป็นประเภทรับการตรวจด่วนภายใน 30 นาที ให้การพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะช็อก พร่องออกซิเจน และภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก พร้อมประสานงานส่งต่อหอผู้ป่วยอายุรกรรมอย่างปลอดภัย ในระหว่างนอนโรงพยาบาลได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีของโอเร็มและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยและญาติ เน้นการสังเกตภาวะเลือดออก การควบคุมอาหาร และการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ผลการรักษาผู้ป่วยอาการดีขึ้น สัญญาณชีพปกติ ค่า INR ลดลงเหลือ 3.8 และน้ำตาลในเลือดลดลงสู่วันจำหน่าย (DTX 132 mg/dL) เมื่อติดตามผลที่คลินิกวาร์ฟารินใน 1 สัปดาห์ต่อมา พบว่าผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเลือดออกเพิ่มเติม ผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาโรคหัวใจ. (2566). แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยหัวใจเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ในประเทศไทย ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566. ศรีเมืองการพิมพ์.

นภัทร สุวรรณโชติ. (2567). ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 47(2), 115-128.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 (Clinical Practice Guidelines for Diabetes 2023). ศรีเมืองการพิมพ์.

American Diabetes Association. (2024). Standards of Care in Diabetes—2024. Diabetes Care, 47(Suppl. 1), S1-S321.

โรงพยาบาลสมุทรสาคร. (2567). คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานการคัดกรองและประเมินผู้ป่วยแรกรับ ห้องตรวจอายุรกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมุทรสาคร.

กมลทิพย์ ตั้งหลักมั่นคง, และ พรรณพิไล ปั้นพงษ์. (2565). การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มในการพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยคริสเตียน.

Orem, D. E. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed.). Mosby.

ใจทิพย์ แสงสว่าง. (2564). แนวคิดและทฤษฎีการให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพ (Counseling Theory in Health). คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

ปิยะมิตร ศรีธรา. (2565). อายุรศาสตร์ทันยุค: การบริหารจัดการยา Warfarin และภาวะ INR สูงวิกฤต. สำนักพิมพ์กรุงเทพเวชสาร.

ประคอง อินทรสมบัติ. (2563). การประยุกต์ใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความซับซ้อน. โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.

สุรเกียรติ อาชานานุภาพ. (2564). ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2: การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน. สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

เกตุแก้ว ว. (2026). การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับโรคหัวใจเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากยาวาร์ฟาริน : กรณีศึกษา. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม, 11(3), 319–329. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/5864