การพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคสครับไทฟัสโดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้แต่ง

  • อนุพง นามวงค์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจอมบึง ต.บึงบอน อ. ยางชุมน้อย จ. ศรีสะเกษ

คำสำคัญ:

การพัฒนารูปแบบ, ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม, การป้องกันโรคสครับไทฟัส

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคสครับไทฟัสโดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อยจังหวัดศรีสะเกษ ศึกษาระหว่างเดือนมกราคม – ตุลาคม 2568 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 50 คน กลุ่มตัวอย่างในการประเมินรูปแบบได้แก่ประชาชนในเขตอำเภอยางชุมน้อยจำนวน 50 คน ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการของ Kemmis และ McTaggart วิเคราะห์ข้อมูลโดยการรวบรวม การจัดหมวดหมู่ วิเคราะห์เนื้อหา กลุ่มตัวอย่างในการประเมินรูปแบบเข้าร่วมกิจกรรมตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ก่อนและหลัง และเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนโดยใช้สถิติ paired t-test

     ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการป้องกันโรคสครับไทฟัสโดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ คือ “BUENGBON Model” ประกอบด้วย 1) B; Benchmarking การวัดระดับการทำงานขององค์กรเทียบกับคู่แข่งที่เก่งที่สุด เพื่อหาจุดที่ต้องพัฒนา 2) U; Unifying การรวมวิสัยทัศน์และทีมงานให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน 3) E:Empowerment การให้อานาจและความมั่นใจแก่พนักงานในการตัดสินใจ เพื่อความรวดเร็วและสร้างความภูมิใจ 4) N;Networking การสร้างความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกเพื่อขยายโอกาส 5) G: Goal-Setting การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น)SMART Goals) เพื่อให้ทีมรู้ทิศทางที่ต้องมุ่งไป 6) B; Budgeting การวางแผนการเงินและจัดสรรทรัพยากรให้คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่คาดหวังมากที่สุด 7) O; Organization การวางโครงสร้างสายบังคับบัญชาและกระบวนการทางานให้ลื่นไหล ไม่ทับซ้อน 8) N: Negotiation ทักษะการหาข้อตกลงที่เกิดประโยชน์ทั้งกับทีมผู้ให้บริการ และประชาชน

เอกสารอ้างอิง

กองระบาดวิทยา. ข้อมูลรายงานโรคเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ปี พ.ศ. 2567 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [สืบค้นเมื่อ 7 ก.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก:https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1636620241101034044

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ. รายงานสรุปผลการดำเนินงานควบคุมโรคสครับไทฟัส จังหวัดศรีสะเกษ ปี 2564–2567 [อินเทอร์เน็ต]. ศรีสะเกษ: กลุ่มงานควบคุมโรค; 2567 [สืบค้นเมื่อ 7 ก.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก:http://203.157.165.115/r506/

Kemmis S, McTaggart R. The Action Research Planner. 3rd ed. Geelong, Victoria: Deakin University Press; 1990.

Perrone C, Kanthawang N, Cheah PY, Intralawan D, Lee SJ, Nedsuwan S, et al. Community engagement around scrub typhus in northern Thailand: a pilot project. Trans R Soc Trop Med Hyg.2024;118)10):666-73.

Thitawattananon C. Improving the community participation in health promotion planning through Appreciation-Influence-Control process: a case study in Tambol Nongphailom, Muang, Nakhon Ratchasima. Maharat Nakhon Ratchasima Hosp J. 2010;34)2):99-104.

Suwanbamrung C, Mehraj SK, Kercho MW, Stanikzai MH, Ageru TA, Jaroenpool J, et al. Evaluation of high school-based dengue solution model in Southern Thailand: a community participatory action research. BMC Public Health. 2024;24:3315.

รุจิรา ดวงสงค์. โครงการพัฒนาเครือข่ายหมู่บ้านในการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ ตำบลทุ่งชมพู อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2553.

นันทพร ศรีนอก รูปแบบการดำเนินงานการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับในระดับชุมชน จังหวัดหนองบัวลำภู [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2556.

นิสร ผานคำ. การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับระดับชุมชน ตำบลดู่น้อย อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2557.

เกสร แถวโนนงิ้ว, ศศิธร ตั้งสวัสดิ์, วราลักษณ์ ตั้งคณะกุล. การพัฒนารูปแบบการป้องกันควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่เสี่ยง. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2558;24(6):1127-37.

สาริณี สีทะโน. การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับในชุมชนบ้านโพนยางนาง ตำบลนาใหญ่ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม:มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2559.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

นามวงค์ อ. (2026). การพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคสครับไทฟัสโดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม, 11(3), 389–402. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/6009