โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ โรงพยาบาลโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพ, ผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยการประยุกต์ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะบวกรายใหม่ เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi – experimental Research)แบบ Pretest – Posttest Two Group Design กลุ่มตัวอย่างใช้การเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) ผู้ป่วยวัณโรคปอดที่มารับบริการตรวจรักษาที่คลินิกวัณโรค โรงพยาบาลโพนทราย จำนวน 40 คนโดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 2 ชุด คือ 1)โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยการประยุกต์ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจของ Gibson,1995 ประกอบด้วยกิจกรรม 5 ครั้ง 2) แบบสอบถามแบ่งเป็น 5 ส่วนได้แก่ ข้อมูลทั่วไป ความรู้เกี่ยวกับวัณโรค การรับรู้ความสามารถของตนเอง พฤติกรรมการปฏิบัติตามแผนการรักษาวัณโรคและแบบบันทึกผลการตรวจเสมหะในเดือนที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา Paired t-test และ Independent t-test
ผลการวิจัย : จากการเปรียบเทียบพบว่าความรู้เกี่ยวกับวัณโรคปอดระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลองไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ0.05(p=0.034) การรับรู้ความสามารถของตนเองก่อนและหลังการทดลองกลุ่มทดลองมีการรับรู้ความสามารถของตนเองมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05(p=0.000) และกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยในเรื่องพฤติกรรมการปฏิบัติตามแผนการรักษามากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p=0.000) ผลการตรวจเสมหะในเดือนที่ 2 กลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงของผลเสมหะเป็นลบ (Negative) ร้อยละ 100 ส่วนในกลุ่มเปรียบเทียบยังคงมีผลเสมหะเป็นบวกอยู่ ร้อยละ 55 แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของผลเสมหะในเดือนที่ 2 ของกลุ่มทดลองเพิ่มมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.(2567).รายงานสถานการณ์และการเฝ้าระวังวัณโรคและวัณโรคดื้อยาในประเทศไทย. https://www.tbthailand.org/statustb.html.
Gibson, C. H. (1995). The process of empowerment in mothers of chronically ill children. J Adv Nurs, 21(6), 1201-1210.
นันทิกานต์ สุวะมาตย์.(2566).ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอัตราความสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ ในจังหวัดบึงกาฬ.https://bkpho.moph.go.th
จีระนันท์ พลเยี่ยม.(2567).ประสิทธิภาพของแบบคัดกรองวัณโรคปอดในโรงพยาบาลแม่วาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่.https://www.chiangmaihealth.go.th
พชรพร ครองยุทธและคณะ.(2564).ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอัตราความสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอด.วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์,14(3),138-148.
ณัฐจิตรา ทองกุ้ง.(2562).ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคปอดของผู้ป่วยเบาหวาน ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง.https://he01.tci-thaijo.org
สัญญา กิตติสุนทโรภาศและคณะ. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดวัณโรคปอดในผู้สัมผัสร่วมบ้านที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้ป่วยวัณโรค.https://Nayok.moph.go.th
ณัฐต์ณิชา หนูทอง.(2566).การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานควบคุมวัณโรคโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลจำปี อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี.https://backoffice.udpho.org
อุมาพร ครุฑศิริ.(2564).ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพต่อความรู้ การรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ โรงพยาบาลบ้านโป่ง.วารสารวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต,1(3),24-34.
สุพรรณิกา จำปาเทศและคณะ.(2568).ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองต่อการรับรู้ความสามารถตนเอง ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการรักษาและพฤติกรรมดูแลตนเองของผู้ป่วยวัณโรคปอด จังหวัดมุกดาหาร.วารสารควบคุมโรค,50(3),476-486.
ชุมสาย วิชาชัย.(2567).ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันวัณโรค ตำบลถ่อนนาลับ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี.https://backoffice.udpho.org
ดาวเรือง เชิดกลิ่นและคณะ.(2568).ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยวัณโรค จังหวัดสมุทรปราการ.วารสารสุขภาพสตรองแอนด์เฮลที้,1(2),6-22.
สุจิตรา บุญยังและคณะ.(2565).พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยวัณโรคที่มีประวัติการกินยาวัณโรคไม่สม่ำเสมอ.วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุขวชิระภูเก็ต,2(1),57-66.

