ผลของการส่งเสริมความรู้โดยใช้สื่อสุขภาพรูปแบบแอปพลิเคชันไลน์ตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตต่อความรู้และ พฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของกลุ่มเสี่ยงพระภิกษุและสามเณร
คำสำคัญ:
เวชศาสตร์วิถีชีวิต, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, พระภิกษุ, สามเณร, แอปพลิเคชันไลน์, พฤติกรรมสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อน-หลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการส่งเสริมความรู้โดยใช้สื่อสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้และพฤติกรรมสุขภพาในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และศึกษาความพึงพอใจต่อการใช้สื่อ กลุ่มตัวอย่างเป็นพระภิกษุและสามเณรกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำนวน 40 รูป คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบทดสอบความรู้ จำนวน 24 ข้อ แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต และแบบประเมินความพึงพอใจต่อสื่อ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน แบบทดสอบความรู้มีค่าความเชื่อมั่น KR-20 เท่ากับ 0.90 และแบบประเมินความพึงพอใจมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.88 ดำเนินการทดลองเป็นเวลา 6 สัปดาห์ โดยเผยแพร่โปสเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และ Motion Graphic ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ตามเนื้อหา 6 เสาหลักของเวชศาสตร์วิถีชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Shapiro–Wilk และ Wilcoxon Signed Rank Test
ผลการวิจัยพบว่า คะแนนความรู้หลังได้รับสื่อเพิ่มจาก 18.73 ± 5.32 คะแนน เป็น 20.33 ± 4.08 คะแนน แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = −4.43, p < .001) และมีขนาดอิทธิพลระดับสูง (r = 0.70) คะแนนพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มจาก 32.93 ± 7.30 คะแนน เป็น 36.25 ± 5.26 คะแนน แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = −4.38, p < .001) และมีขนาดอิทธิพลระดับสูง (r = 0.69) ความพึงพอใจต่อสื่อโดยรวมอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.04)
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Noncommunicable diseases [Internet]. Geneva: WHO; 2025 [cited 2026 Aug 26]. Available from: https://www.who.int/health-topics/noncommunicable-diseases
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพและพระคิลานุปัฏฐาก. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของพระสงฆ์ ประจำปี 2567. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. สถิติผลการคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ ปี 2568. ขอนแก่น: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น; 2568.
American College of Lifestyle Medicine. What is lifestyle medicine? [Internet]. Chesterfield (MO): American College of Lifestyle Medicine; 2023 [cited 2026 Aug 26]. Available from: https://lifestylemedicine.org/overview/
Egger G, Binns A, Rossner S. Lifestyle medicine: managing diseases of lifestyle in the 21st century. 2nd ed. London: Academic Press; 2017.
ปรีชญา ตักโพธิ์, ปชาณัฎฐ์ นันไทยทวีกุล, ศิรินภา จิตติมณี. ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อระดับน้ำตาลสะสมในเลือดในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 รายใหม่. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2568;52(2):192-204.
บัวระพา สิริอร, สุขสมบูรณ์วงศ์ สมเพิ่ม, ตันศรีประภาศิริ คณาพร, อินทรสุวรรณ พงษ์พันธ์, เนตรโนนไทย เอกสิทธิ. การพัฒนาสื่อให้ความรู้ผ่าน LINE Official Account เรื่องแผลกดทับสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข. 2568;5(3):e273899.
จิตรกร อภินภัศ. การพัฒนารูปแบบสื่อข้อมูลเชิงภาพตามหลักการแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมความตระหนักเรื่องสุขภาพในผู้สูงอายุผ่านทางไลน์แอปพลิเคชัน. วารสารศิลปการจัดการ. 2564;5(3):856-872.
Kittipimpanon K, et al. Use of and satisfaction with mobile health education during COVID-19 in Thailand: the RamaCovid system. JMIR. 2023.
เตชาติวัฒน์ ภูดิท. เวชศาสตร์วิถีชีวิต: หลักการ แนวคิด และบทบาทของทีมสหวิชาชีพ [เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ]. ใน: การประชุมเชิงปฏิบัติการระยะสั้นด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตสำหรับสหสาขาวิชาชีพ (Pre-conference: Workshop on Lifestyle Medicine for Multi-disciplinary Team); 2566 ก.ย. 18-22; กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย.
Aldoobie N. ADDIE model. Am Int J Contemp Res. 2019;9(2):68-72.
ธวัชชัย และคณะ. ผลการพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ด้วยเวชศาสตร์วิถีชีวิต จังหวัดหนองคาย. J Environ Educ Med Health. 2025;10(3):307-319.
Clark RC, Mayer RE. E-learning and the science of instruction: proven guidelines for consumers and designers of multimedia learning. 5th ed. Hoboken (NJ): Wiley; 2023.

