การพัฒนาระบบการติดตามและรายงานค่าวิกฤติแบบครบวงจรโดยใช้ Critical Lab Dashboard โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ค่าวิกฤติ, Critical Lab Dashboard, ความปลอดภัยผู้ป่วยบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหา พัฒนาระบบการติดตามและรายงานค่าวิกฤติแบบครบวงจรโดยใช้ Critical Lab Dashboard และประเมินผลระบบที่พัฒนาขึ้น เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยประยุกต์ใช้วงจร PAOR ดำเนินการ 2 วงรอบ ณ โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างเดือนตุลาคม 2566–กันยายน 2567 กลุ่มข้อมูลประกอบด้วยเหตุการณ์ค่าวิกฤติทั้งหมดในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 2,597 ครั้ง และบุคลากรผู้ใช้ระบบ 30 คน ประกอบด้วยนักเทคนิคการแพทย์ 8 คน และพยาบาล 22 คน เครื่องมือ ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลค่าวิกฤติ Critical Lab Dashboard และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยการตรวจจับค่าวิกฤติและแจ้งเตือน การบันทึกการแจ้งและการรับทราบ การบันทึกการตอบสนองทางคลินิก การแสดงสถานะคดีแบบเวลาจริง และโมดูลตัวชี้วัดและรายงาน โดยเชื่อมโยงกระบวนการแบบวงจรปิด 7 ขั้นตอน ในปีงบประมาณ 2567 พบว่าค่าวิกฤติ 2,597 ครั้ง มีความครบถ้วนของการรายงานร้อยละ 100 การติดตามครบวงจรร้อยละ 100 การบันทึกข้อมูลที่สอบกลับได้ครบถ้วนร้อยละ 100 และไม่พบอุบัติการณ์การดูแลรักษาล่าช้า ความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.90, SD=0.30) คิดเป็นร้อยละ 98.0
เอกสารอ้างอิง
Hanna D, Griswold P, Leape LL, Bates DW. Communicating critical test results: safe practice recommendations. Jt Comm J Qual Patient Saf. 2005;31(2):68-80.
Genzen JR, Tormey CA. Pathology consultation on reporting of critical values. Am J Clin Pathol. 2011;135(4):505-13.
Campbell CA, Caldwell G, Coates P, Flatman R, Georgiou A, Horvath AR, et al. Consensus statement for the management and communication of high risk laboratory results. Clin Biochem Rev. 2015;36(3):97-105.
Kost GJ, Hale KN. Global trends in critical values practices and their harmonization. Clin Chem Lab Med. 2011;49(2):167-76.
สุรศักดิ์ หมื่นพล, ภัทรวีร์ สร้อยสังวาลย์, ศิริพรรณ วงศ์วานิช, นัฐกาญจน์ ละเอียดดี. การพัฒนากระบวนการรับรองคุณภาพของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล ISO 15189. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. 2564;63(1):119-34.
นพดล อาชีพ, ปรีชญา วงษ์กระจ่าง, จิรายุ สุทัศนทรวง, สาธิมา ไหลเวชพิทยา. อัตราความผิดพลาดในขั้นตอนก่อนการตรวจวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการในโรงเรียนแพทย์ไทย. วารสารเทคนิคการแพทย์. 2567;52(1):8933-43.
ธวัช ทองน้อย, อรวรรยา กระสังข์. การลดความแออัดในโรงพยาบาลและระยะเวลารอคอยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลปากช่องนานา. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. 2564;63(4):822-35.
อังคณา คำฟอง, ภวมัย แต่เชื้อสาย, อิทธิฤทธิ์ คำฟอง. ประสิทธิผลการรายงานผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเคมีคลินิกอัตโนมัติ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี. วารสารกรมการแพทย์. 2565;47(1):64-71.
พรทิวา ไชยสงคราม. พัฒนารูปแบบการรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการกรณีเร่งด่วน โรงพยาบาลนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2567;4(3):109-18.
จุติมา ปานแดง. ผลลัพธ์ของแนวทางการรายงานค่าวิกฤตทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ประเภทค่าเกล็ดเลือดของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลลำทับ จังหวัดกระบี่. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ. 2568;4(2):35-45.
นฤมล ทันประโยชน์, ภาวิตา สุวรรณวัฒนะ, ธนิตา ฤกษ์เฉลิม. การพัฒนาระบบบริการด่านหน้าทางห้องปฏิบัติการ สถาบันบำราศนราดูร ด้วยหลักการ Smart Hospital. วารสารสถาบันบำราศนราดูร. 2568;19(3):197-207.
สุมิตรา สงครามศรี, มาลินี เหล่าไพบูลย์. การสั่งยาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในการลดความคลาดเคลื่อนในการสั่งใช้ยา โรงพยาบาลหนองหาน จังหวัดอุดรธานี: Interrupted Time Series Design. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน. 2560;13(2):53-66.
บุญทิพย์ นิ่มสอาด. การพัฒนาแนวทางการเฝ้าระวังผู้ป่วย โดยใช้สัญญาณเตือนภาวะวิกฤตในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลพระยืน จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2563;1(1):173-83.
ประภัสสร หิรัญรัตน์. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลระบบการเฝ้าระวังสัญญาณเตือนเข้าสู่ภาวะวิกฤตในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม. 2567;9(2):38-47.
Kemmis S, McTaggart R, Nixon R. The Action Research Planner: Doing Critical Participatory Action Research. Singapore: Springer; 2014.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16(3):297-334.

