การพัฒนาและประเมินผลแนวทางการนวดขิดเส้นจากภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านบูรณาการกายวิภาคศาสตร์ ในการรักษาโรคลมปลายปัตคาตสัญญาณ 5 หลัง คลินิกทวารวดีแพทย์แผนไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
การนวดขิดเส้น, ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน, กายวิภาคศาสตร์, ลมปลายปัตคาตสัญญาณ 5 หลัง, การวิจัยและพัฒนาบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง (one-group pretest–posttest design) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์เทียบเคียงเทคนิคการนวดขิดเส้นจากภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านกับโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ 2) พัฒนาแนวทางการนวดขิดเส้นร่วมกับการประคบสมุนไพรสำหรับโรคลมปลายปัตคาตสัญญาณ 5 หลัง 3) เปรียบเทียบระดับความปวดก่อนและหลังการรักษาตามแนวทาง และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้รับบริการ ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2565 ถึงเดือนกรกฎาคม 2567 แบ่งเป็น 5 ระยะ ได้แก่ ทบทวนองค์ความรู้ของแม่เกษร โพพันธราช เทียบเคียงกับกายวิภาคศาสตร์ พัฒนาแนวทาง ทดลองใช้แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง ในผู้ป่วย 30 ราย ซึ่งได้รับการรักษา 3 ครั้งภายใน 2 สัปดาห์ และปรับปรุงแนวทาง เครื่องมือ ได้แก่ แนวทางการรักษา แบบสัมภาษณ์ มาตรวัดความปวดชนิดตัวเลข 0–10 และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Wilcoxon signed-rank test
ผลการวิจัยพบว่า 1) เทคนิคการนวด 23 ท่าเทียบเคียงได้กับกล้ามเนื้อหน้าท้องรอบสะดือและกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ สะบัก ต้นแขน หน้าอก และหลัง โดยกล้ามเนื้อที่เทคนิคกระทำบ่อยที่สุด คือ trapezius 2) แนวทางประกอบด้วย 24 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจท้องและนวดท้อง 3 ขั้นตอน การนวดขิดเส้นท่านั่ง 20 ขั้นตอน และการประคบสมุนไพร 1 ขั้นตอน พร้อมกระบวนการบริการ เกณฑ์การส่งต่อ และ
แบบบันทึกการรักษา 3) คะแนนความปวดเฉลี่ยลดลงจาก 5.90 (SD = 0.84) เป็น 2.70 (SD = 0.75) หลังการรักษาครั้งที่ 3 ลดลงร้อยละ 54.24 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = −4.87, p < .001) และ 4) ความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.57, SD = 0.54)
เอกสารอ้างอิง
ฐิติชญา ฉลาดล้น, และพิมพ์ลดา อนันต์สิริเกษม. (2556). การบาดเจ็บทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานและพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยของพนักงานศูนย์บริการให้ข้อมูล. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 23(1), 44–59. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tnaph/article/view/9819
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2565, 26 เมษายน). การสำรวจข้อมูลผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับอาการปวดกล้ามเนื้อ. https://www.nso.go.th/nsoweb/nso/survey
Simons, D. G., Travell, J. G., & Simons, L. S. (1999). Travell & Simons’ myofascial pain and dysfunction: The trigger point manual: Vol. 1. Upper half of body (2nd ed.). Williams & Wilkins.
กลุ่มงานวิชาการนวดไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย. (2563). การนวดไทยอัตลักษณ์ไทย: การนวดขิดเส้น. โรงพิมพ์แมกเนทสโตร์.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2563). แผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนานวดไทย (ฉบับที่ 1): นวดไทยมรดกไทยมรดกโลก พ.ศ. 2563–2565. https://ont.dtam.moph.go.th
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. (2563). คู่มือมาตรฐานการนวดขิดเส้น จังหวัดมหาสารคาม. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม.
ชลวิทย์ สิงหกุล และคณะ. (2564). ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านการนวดขิดเส้น: กรณีศึกษา นายบุรี แก้วคำ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ, 1(2), 40–54. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JOHCP/article/view/253678
กลุ่มงานฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย. (2553). ตำราผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 372 ชั่วโมง. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2556). มาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมและสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (รพ.สส.พท.). โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. (2562). ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา, 136(ตอนพิเศษ 95 ง), 8. https://dmsic.moph.go.th/index/detail/7760
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice Hall.
Hawker, G. A., Mian, S., Kendzerska, T., & French, M. (2011). Measures of adult pain: Visual Analog Scale for Pain (VAS Pain), Numeric Rating Scale for Pain (NRS Pain), McGill Pain Questionnaire (MPQ), Short-Form McGill Pain Questionnaire (SF-MPQ), Chronic Pain Grade Scale (CPGS), Short Form-36 Bodily Pain Scale (SF-36 BPS), and Measure of Intermittent and Constant Osteoarthritis Pain (ICOAP). Arthritis Care & Research, 63(S11), S240–S252.
Farrar, J. T., Young, J. P., Jr., LaMoreaux, L., Werth, J. L., & Poole, R. M. (2001). Clinical importance of changes in chronic pain intensity measured on an 11-point numerical pain rating scale. Pain, 94(2), 149–158.
Melzack, R., & Wall, P. D. (1965). Pain mechanisms: A new theory. Science, 150(3699), 971–979.
Buttagat, V., Eungpinichpong, W., Chatchawan, U., & Kharmwan, S. (2011). The immediate effects of traditional Thai massage on heart rate variability and stress-related parameters in patients with back pain associated with myofascial trigger points. Journal of Bodywork and Movement Therapies, 15(1), 15–23.
Nadler, S. F., Weingand, K., & Kruse, R. J. (2004). The physiologic basis and clinical applications of cryotherapy and thermotherapy for the pain practitioner. Pain Physician, 7(3), 395–399.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor O

