ผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยกระดูกแท่งยาวหักแบบเปิด
คำสำคัญ:
แนวปฏิบัติทางการพยาบาล, การป้องกันการติดเชื้อ, ผู้ป่วยกระดูกแท่งยาวหักแบบเปิดบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยกระดูกแท่งยาวหักแบบเปิด เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (Quasi–experimental one group pre–test post–test design) หอผู้ป่วยในกลุ่มงานศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ จำนวน 3 หอผู้ป่วย ได้แก่ หอผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ชาย ชั้น 5 หอผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์หญิง ชั้น 4 หอผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ชาย ชั้น 3 โดยศึกษาในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยกระดูกแท่งยาวหักแบบเปิดในกลุ่มงานศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลอุดรธานี เก็บข้อมูลการวิจัย เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2569 ถึงเดือน กันยายน พ.ศ. 2569
ผลการศึกษา พบว่า พยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติอายุเฉลี่ย 35.96 ปี (S.D. = 8.06 ปี) ส่วนใหญ่เป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการร้อยละ 63.0 ปฏิบัติงานในแผนกศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์มากกว่า 10 ปีร้อยละ 40.7 ผลการประเมินความรู้ของพยาบาลก่อน-หลัง มีค่ามัธยฐานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 (p-value = 0.014) ความพึงพอใจของพยาบาลต่อการใช้แนวปฏิบัติมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 74.48 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.75 คะแนน แปลผลมีความพึงพอใจระดับมากที่สุดผู้ป่วยมีอายุเฉลี่ย 44.23 ปี (S.D. = 18.09 ปี) เป็นผู้ชายมากที่สุด ร้อยละ 83.33 อุบัติการณ์การเกิดภาวะติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนคือ Below knee amputation 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.33 ซึ่งเป็นผู้ป่วย Open fracture both bone leg classification type 3C ร่วมกับ Vascular injury ได้รับการเข้าถึงการ Debridement ในห้องผ่าตัดเกิน 6 ชั่วโมง ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลถึง 38 วัน ระยะเวลานอนรักษาตัวในโรงพยาบาล มีค่ามัธยฐาน เท่ากับ 7.50 วัน (min = 2, max = 38 วัน) และอัตราการกลับมารักษาซ้ำ ร้อยละ 0
เอกสารอ้างอิง
ปราณี มีหาญพงษ์. (2562). การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกปลายขาซ้ายหักแบบมีแผลเปิดและได้รับการตัดขาบริเวณใต้เข่า ซ้ายร่วมกับกระดูกปลายขาซ้ายหักและการเกิดภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง: กรณีศึกษา. โรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชสาร, 28(1, Suppl. 2), 1–16.
ธนาวัฒน์ อุปพงษ์, & ทศพล นุตตะรังค์. (2561). หลักการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกหักที่มีแผลเปิด (Open fracture) เบื้องต้น. วารสารโรงพยาบาลนครพนม (Nakhon Phanom Hospital Journal), 1(1), 58–61.
นรเทพ กุลโชติ. (2562). ตำราการบาดเจ็บทางออร์โธปิดิกส์: Textbook of orthopaedic trauma (พิมพ์ครั้งที่ 1). ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
กลุ่มงานศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์. (2568) แนวทางการรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์. โรงพยาบาลอุดรธานี 5. Soukup, S. M. (2000). The Center for Advanced Nursing Practice evidence-based practice model: Promoting the scholarship of practice. Nursing Clinics of North America, 35(2), 301–309.
ยุพิน พรมสวัสดิ์. (2563). การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกต้นขาซ้ายหักชนิดไม่มีบาดแผลและกระดูกต้นขาขวาหัก ชนิดมีแผลเปิดร่วมกับภาวะช็อกจากการเสียเลือด: กรณีศึกษา. โรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชสาร, 29(1), 47–66.
ฉวีวรรณ ธงชัย. (2555). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิก. The Journal of Thailand Nursing and Midwifery Council, 20(2), 63–76. https://he02.tcithaijo.org/index.php/ TJONC/article/view/2245

