การพัฒนารูปแบบการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน โรงพยาบาลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
รูปแบบการส่งต่อผู้ป่วย, ผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของรูปแบบการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินโรงพยาบาลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ 35 คน เจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน 4 คน และพนักงานขับรถพยาบาล 7 คน ดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึง เมษายน 2569 ณ โรงพยาบาลเชียงยืน เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสังเกตการณ์ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน แบบบันทึกการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษา: 1) รูปแบบการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินโรงพยาบาลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วย (1) แนวปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน และ (2) Application เรียกรถพยาบาล 2) ผลการนำรูปแบบไปใช้ การปฏิบัติตามแนวปฏิบัติมีความถูกต้องสูง ได้แก่ การคัดแยกประเภทผู้ป่วยถูกต้องร้อยละ 98.17, การจัดลำดับการส่งต่อกรณีส่งต่อพร้อมกันตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปถูกต้องร้อยละ 100, การจัดเจ้าหน้าที่ดูแลขณะส่งต่อถูกต้องร้อยละ 100 และการเรียกใช้รถพยาบาลถูกต้องร้อยละ 97.44 โดยไม่พบอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ขณะส่งต่อ (ร้อยละ 0) ความพึงพอใจต่อรูปแบบในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.32, SD = 0.56) แบ่งเป็นด้านแนวปฏิบัติระดับมาก (Mean = 4.30, SD = 0.54), ด้าน Application เรียกรถพยาบาลระดับมาก (Mean = 4.38, SD = 0.65) และด้านการนำไปใช้ประโยชน์ระดับมาก (Mean = 4.26, SD = 0.71)
เอกสารอ้างอิง
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. คู่มือแนวทางการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินและ จัดลำดับการบริบาล ณ ห้องฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์ที่ กพฉ.กำหนด [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2558 [เข้าถึงเมื่อ 1 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://mrd.hss.moph.go.th/ mrd1hss/wp-content/uploads/2023/ 04/แนวทาง-PA.pdf
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาอุบัติเหตุและฉุกเฉิน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 1 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://phdb.moph.go.th/
กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนวทางปฏิบัติการพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาล [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2562 [เข้าถึงเมื่อ 1 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https:// www.don.go.th/Information_news/1347505.pdf
Tomakin E. Action research: Introduction of action models and action cycle. Turkish Studies [Internet]. 2018 [cited 2025 Aug 1]. Available from: https://turkishstudies.net/ DergiTamDetay.aspx?ID=13367
สำนักวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. MOPH ED. TRIAGE [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2561 [เข้าถึงเมื่อ 1 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dms.go.th/backend//Content/Content_File/Population_Health/Attach
สุภาภรณ์ คำแพงศิริรัตน์. วิธีการปฏิบัติ: การจำแนกประเภทผู้ป่วย [อินเทอร์เน็ต]. บึงกาฬ: โรงพยาบาลบึงกาฬ; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 1 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://buenghos.moph.go.th/images/ document/document_ha/งาน_IPD/WI-IPD-01_0001.pdf
สุภาวดี สุทธิอาจ, สุบรรณ อาจสมัย. การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤติ แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลไชยวาน อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี [อินเทอร์เน็ต]. อุดรธานี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี; [เข้าถึงเมื่อ 1 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://backoffice.udpho.org> control>download
ศิริพร กิตติวัฒนากูล, และ พัชรี เลิศมงคล.(2564). การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยและการดูแลผู้ป่วยวิกฤตขณะส่งต่อระหว่างโรงพยาบาล. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 39(1), 45-54.
นพดล คำใส, และ วิภาวี ชัยโชติ. (2565). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการรถพยาบาลและการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 31(3), 512-522.
อำนาจ ลีรัก. การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤติห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการสาธารณสุขสุโขทัย [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 1 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ scintc/article/ view/5090/3736
วิเชียน คุณโน, ปรมาภรณ์ คลังพระศรี, สุนิตย์ สุวรรณมิตร, ณัฐวุฒิ สุริยะ. (2569). การพัฒนาแนวปฏิบัติการเฝ้าระวังผู้ป่วยวิกฤตเพื่อป้องกันอาการทรุดลงระหว่างนำส่งภายในโรงพยาบาล. วารสารการพยาบาล สุขภาพ และการศึกษา. 9(1),68.

