การพัฒนารูปแบบการดูแลเด็กโรคหืดแบบครบวงจร โรงพยาบาลเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ธัญลักษณ์ สว่างบุญ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม 44000

คำสำคัญ:

โรคหืดในเด็ก, รูปแบบการดูแลแบบครบวงจร, การควบคุมโรคหืด, ยาสูดพ่น, แผนปฏิบัติการสำหรับโรคหืด

บทคัดย่อ

      การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลเด็กโรคหืดแบบครบวงจร โรงพยาบาลเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม และเปรียบเทียบผลลัพธ์ด้านการควบคุมโรคหืดและการใช้บริการสุขภาพก่อนและ หลังการใช้รูปแบบ เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์และปัญหาการดูแลเด็กโรคหืด ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบโดยสังเคราะห์ ข้อมูลร่วมกับแนวทางมาตรฐานและหลักฐานเชิงประจักษ์ และระยะที่ 3 ทดลองใช้และประเมินผล กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอายุ 2–15 ปีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหืดและมารับบริการที่โรงพยาบาลเชียงยืน จำนวน 126 ราย คัดเลือกผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ทุกรายตามช่วงเวลาที่ศึกษา ระหว่างเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ประเมินผลก่อนและหลังการใช้รูปแบบด้วยระดับการควบคุมโรคหืด จำนวนครั้งการมารับบริการที่ ห้องฉุกเฉิน และจำนวนครั้งการนอนโรงพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน ค่าต่ำสุด–สูงสุด และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังด้วย Stuart–Maxwell test และ Wilcoxon signed-rank test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05

      ผลการศึกษา : รูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) คลินิกเด็กโรคหืด แบบเฉพาะ 2) การให้ความรู้แก่เด็กและผู้ปกครอง/ผู้ดูแล 3) การฝึกทักษะการใช้ยาสูดพ่นและ Spacer 4) การจัดทำหรือปรับปรุง Asthma Action Plan รายบุคคล และ 5) ระบบติดตามต่อเนื่องผ่าน โทรศัพท์หรือ Line กลุ่มตัวอย่าง 126 ราย เป็นเพศชาย 74 ราย (ร้อยละ 58.73) อายุ 4–11 ปี 88 ราย (ร้อยละ 69.84) ก่อนพัฒนารูปแบบควบคุมโรคได้ 56 ราย (ร้อยละ 44.44) ควบคุมได้บางส่วน 55 ราย (ร้อยละ 43.65) และควบคุมไม่ได้ 15 ราย (ร้อยละ 11.91) หลังพัฒนารูปแบบควบคุมโรคได้เพิ่มเป็น 70 ราย (ร้อยละ 55.56) และควบคุมไม่ได้ลดเหลือ 1 ราย (ร้อยละ 0.79) การกระจายระดับการควบคุมโรค แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (χ²(2)=18.15, p<0.001) จำนวนครั้งการมา ห้องฉุกเฉิน ลดจากมัธยฐาน 2 ครั้ง (1–5) เป็น 1 ครั้ง (0–2) และการนอนโรงพยาบาลลดจาก 2 ครั้ง (1–3) เป็น 0 ครั้ง (0–2) โดยทั้งสองตัวชี้วัดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001)

เอกสารอ้างอิง

Global Initiative for Asthma. Global strategy for asthma management and prevention: 2026 update. 2026. Available from: https://ginasthma.org/2026-gina-strategy-report/

Guevara JP, Wolf FM, Grum CM, Clark NM. Effects of educational interventions for self-management of asthma in children and adolescents: systematic review and meta-analysis. BMJ. 2003;326(7402):1308–1309. doi:10.1136/bmj.326.7402.1308.

Bravata DM, Gienger AL, Holty JEC, Sundaram V, Khazeni N, Wise PH, et al. Quality improvement strategies for children with asthma: a systematic review. Arch Pediatr Adolesc Med. 2009;163(6):572–581. doi:10.1001/archpediatrics.2009.63.

Ramdzan SN, Suhaimi J, Harris KM, Khoo EM, Liew SM, Cunningham S, et al. School-based self-management interventions for asthma among primary school children: a systematic review. NPJ Prim Care Respir Med. 2021;31:18. doi:10.1038/s41533-021-00230-2.

Saxby N, Beggs S, Battersby M, Lawn S. What are the components of effective chronic condition self-management education interventions for children with asthma, cystic fibrosis, and diabetes? A systematic review. Patient Educ Couns. 2019;102(4):607–622. doi:10.1016/j.pec.2018.11.001.

Nyaga EM, Guntamukkala S, Noell M, Fan SS, Jelal J, Warren A, et al. Influence of caregiver knowledge of home asthma management on health outcomes of children in low- and middle-income countries: a systematic review. J Pediatr Nurs. 2025;84:217–225. doi:10.1016/j.pedn.2025.06.019.

นิตยา บริสุทธิ์สุขศรี. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคหืดให้เข้าถึงบริการคุณภาพ ตามมาตรฐานเฉพาะโรคแบบไร้รอยต่อ โรงพยาบาลโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม. 2567;9(4):150–159.

พนารัตน์ มังชะโคม. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหืดโดยการมีส่วนร่วม ของเครือข่ายบริการสุขภาพ โรงพยาบาลวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2560;26(5):896–904.

วงษ์เดือน จุแดง. พฤติกรรมการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหืดในเด็ก 0–5 ปี ในโรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี. วารสารแพทย์เขต 4–5. 2563;39(3):488–499.

วันเพ็ญ ทิพม่อม. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกสำหรับผู้ป่วยเด็กโรคหืด โรงพยาบาลสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2564;24(1):1–10.

สุชาดา เสตพันธ์, วีระนุช มยุเรศ, นันทวดี ใจหาญ, สิรินาถ ชาบุญเรือง, พัชรี พรหมสุวงศ์. การพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคหืดในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2558;33(3):185–194.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-31

รูปแบบการอ้างอิง

สว่างบุญ ธ. (2026). การพัฒนารูปแบบการดูแลเด็กโรคหืดแบบครบวงจร โรงพยาบาลเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม, 11(5), 576–582. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/6451