ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 2

ผู้แต่ง

  • จิตตระการ ศุกร์ดี วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ปิยะเนตร วิริยะปราโมทย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ภูษิตา ครุธดิลกานันท์ นักวิชาการอิสระ

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการบริโภคอาหาร, สตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น, การรับรู้ประโยชน์ในการบริโภคอาหาร, การรับรู้อิทธิพลระหว่างบุคคล, ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปริมาณครั้งนี้ เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นจำนวน 194 คนซึ่งได้จากกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางอำนาจการทดสอบของโพลิทและเบค กำหนดคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดเข้า คัดออกและการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม แบ่งเป็น 7 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การรับรู้ประโยชน์ในการบริโภคอาหาร การรับรู้ความสามารถแห่งตนในการบริโภคอาหาร การสนับสนุนทางสังคมด้านโภชนาการ ความเชื่อเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร และความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด และการถดถอยพหุคูณ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

ผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 2 อยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 75.63, S.D. = 9.24) และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น ได้แก่ การรับรู้ประโยชน์ในการบริโภคอาหาร การรับรู้อิทธิพลระหว่างบุคคล และความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร โดยร่วมทำนายได้ร้อยละ 59 (R2 = 0.59, p< .01)

ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถเป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาปัจจัยเชิงทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น เสนอว่าสามารถนําปัจจัยเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นให้ดีขึ้นต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2568). รายงานเฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น พ.ศ. 2568. https://rh.anamai.moph.go.th/web-upload/7x027006c2abe84e89b5c85b44a692da94/202509/m_magazine/

กระทรวงสาธารณสุข. (2564). ข้อมูลการเฝ้าระวังอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี. รายงานประจำปี การเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย 2564. กลุ่มพัฒนาระบบข้อมูล กองแผนงาน กรมอนามัย, from https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report

กริช เรืองไชย และ อภิญญา อุตระชัย. (2565). ความรู้ด้านโภชนาการ การบริโภคอาหาร และพฤติกรรมการออกกำลังกายที่ส่งผลต่อภาวะโภชนาการในวัยรุ่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 15(1), 101-115.

ขนิษฐา เมฆกมล และ อารีรัตน์ วิเชียรประภา. (2561). บทบาทพยาบาลในการดูแลมารดาวัยรุ่น. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 12(2), 69 – 77.

ชนาภา งามฉาย, ตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศรี, และ สุพิศ ศิริอรุณรัตน. (2563). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการรับประทานอาหารของหญิงตั้งครรภ์ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(1), 48-59.

ฐิตารีย์ ดิษาภิรมย์, จันทรรัตน์ เจริญสันติ, และ พรรณพิไล ศรีอาภรณ์. (2562). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น. พยาบาลสาร, 46(3), 157-168.

ธารินันท์ ลีลาทิวานนท์, โสเพ็ญ ชูนวล, และ สุนันทา ยังวนิชเศรษฐ. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 10(2), 25-37.

นวพร วุฒิธรรม, พรทิพย์ กวินสุพร, และ เกษรวี ละม้ายสกุล. (2560). การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของครอบครัวด้านโภชนาการในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น: กรณีโรงพยาบาลกระทุ่มแบนในจังหวัดสมุทรสาคร.วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 23(3), 405 – 415.

นุชราพรรณ วงษ์มั่น, พจนีย์ เสงี่ยมจิตต์, และ จำลอง วงษ์ประเสริฐ. (2557). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 7(1), 211-235.

ปัญญา สนั่นพานิชกุล และ ยศพล เหลืองโสมนภา. (2558). การตั้งครรภ์ในหญิงวัยรุ่น: ปัจจัยทางด้านมารดาที่มีผลต่อทารก. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า, 32(2), 147-156.

รัตนาภรณ์ ตามเที่ยงตรง, ศิริวรรณ แสงอินทร์, และ วรรณี เดียวอิศเรศ. (2560). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 25(1), 49-60.

ศริณธร มังคะมณี และ ขวัญใจ เพทายประกายเพชร. (2567). บทบาทของความเชื่อด้านสุขภาพในพฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์ที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน กรณีศึกษาในเขตสุขภาพที่ 5. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 4(3), 118-129.

สุวรรณี โลนุช และ มยุรี นิรัตธราดร. (2554). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการของสตรีตั้งครรภฺ์อายุมากกว่า 35 ปี [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุรีย์วรรณ สีลาดเลา, ธรรมศักดิ์ สายแก้ว, วรรณวิมล เมฆวิมล กิ่งแก้ว, กล้าณรงค์ วงศ์พิทักษ์, และ ธัญญะ พรหมศร. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม.วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 1(1), 61-72.

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2558). แนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ ในคลินิกฝากครรภ์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข. (พิมพ์ครั้งที่ 1). สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.

Appiah, P. K., Naa Korklu, A. R., Bonchel, D. A., Fenu, G. A., & Wadga-Mieza Yankey, F. (2021). Nutritional knowledge and dietary intake habits among pregnant adolescents attending antenatal care clinics in urban community in Ghana. Journal of Nutrition and Metabolism, 2021, 8835704. https://doi.org/10.1155/2021/8835704

Bloom, B. S. (1964). Taxonomy of Educational Objectives: The Classification of Educational Objectives. Handbook I: The Cognitive Domain. McKay.

Branum, A.M., Sharma, A.J. & Deputy, N.P. (2016). QuickStats: Gestational Weight Gain Among Women with Full-Term, Singleton Births, Compared with Recommendations - 48 States and the District of Columbia, 2015. Morbidity and Mortality Weekly Report, 65(40), 1121.

Chairat, T., Ratinthorn, A., Limruangrong, P., & Boriboonhirunsarn, D. (2023). Prevalence and related factors of inappropriate gestational weight gain among pregnant women with overweight/ obesity in Thailand. BMC Pregnancy and Childbirth, 23(1), 319. https://doi.org/10.1186/s12884-023-05635-0

Martinez, G. N., & Cribbie, R. (2021). Incidence and interpretation of statistical suppression in psychological research. Canadian Journal of Behavioural Science / Revue Canadienne des Sciences du Comportement, 53(4), 480–488. https://doi.org/10.1037/cbs0000267

NHS England. (2019), NHS Maternity Statistics, England 2018-19. https://digital.nhs.uk/data-and-information/publications/statistical/nhs-maternity-statistics/2018-19

Pender, N. J., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. A. (2011). Health Promotion in Nursing Practice (6th ed.). Pearson.

Polit, D. F., & Beck, C., T. (2012). Nursing Research: Generating and Assessing Evidence for Nursing Practice (9th ed.). Walter Kluwer Health Lippincott Williams & Wilkins.

Rundle, R., Soltani, H., & Duxbury, A. (2018). Exploring the views of young women and their healthcare professionals on dietary habits and supplementation practices in adolescent pregnancy: A qualitative study. BMC nutrition, 4(1), 45. https://doi.org/10.1186/s40795-018-0254-7

Stang, J., & Huffman, L. G. (2016). Position of the Academy of Nutrition and Dietetics: Obesity, reproduction, and pregnancy outcomes. Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics, 116(4), 677–691. https://doi.org/10.1016/j.jand.2016.01.008

Whisner, C. M., Bruening, M., & O'Brien, K. O. (2016). A brief survey of dietary beliefs and behaviors of pregnant adolescents. Journal of Pediatric and Adolescent Gynecology, 29(5), 476–481. https://doi.org/10.1016/j.jpag.2016.03.002

World Health Organization. (2024). Adolescent Pregnancy. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/adolescent-pregnancy

World Health Organization. (2025). World Health Statistics 2025: Monitoring Health for the SDGS, Sustainable Development Goals. https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/381418/9789240110496

World Health Organization. (n.d). The World Health Survey: Sampling Guidelines for Participating Countries. https://www.who.int/healthinfo/survey/whssamplingguildlines

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-31

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ศุกร์ดี จ, วิริยะปราโมทย์ ป, ครุธดิลกานันท์ ภ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 2 . NURS HEALTH &amp; PUB J [อินเทอร์เน็ต]. 31 พฤษภาคม 2026 [อ้างถึง 10 มิถุนายน 2026];5(2):1-16. available at: https://he03.tci-thaijo.org/index.php/nhphj/article/view/5614

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย