ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพของประชาชน ในตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย
คำสำคัญ:
การเตรียมความพร้อม, ผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ, แรงสนับสนุนทางสังคมบทคัดย่อ
บทคัดบ่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางเพื่อศึกษาปัจจัยที ่มีอิทธิพลต่อการเตรียมความพร้อมสู ่การ
เป็นผู ้สูงวัยอย่างมีคุณภาพของประชาชน ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย กลุ่ม
ตัวอย่างได้แก่ประชาชนที ่มีอายุระหว่าง 50-59 ปี จำนวน 206 คน เครื ่องมือที ่ใช้ในการวิจัยเป็น
แบบสอบถามความรู ้เกี ่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเป็นผู ้สูงอายุ ใช้ค่า KR20 0.82 แบบสอบถามแรง
สนับสนุนทางสังคม ทัศนคติต่อการเตรียมความพร้อมการเป็นผู้สูงอายุ และพฤติกรรมการเตรียมความพร้อม
การเป็นผู้สูงอายุ ใช้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค มีค่าความเชื่อมั่น 0.80, 0.84 และ 0.86 ตามลำดับ
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าสูงสุด
ค่าต่ำสุด และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ด้วยวิธีการคัดเลือกตัวแบบแบบขั้นตอน
ผลการศึกษา พบว่า กลุ ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 65.0 มีอายุเฉลี ่ย 54.96±3.16 ปี
ประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 62.1 มีแรงสนับสนุนทางสังคมอยู ่ในระดับต่ำ ร้อยละ 42.7 มีความรู้
เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเป็นผู้สูงอายุอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 71.8 มีทัศนคติต่อการเตรียม
ความพร้อมการเป็นผู้สูงอายุอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 71.4 มีพฤติกรรมการเตรียมความพร้อมการเป็น
ผู ้สูงอายุอยู ่ในระดับน้อย ร้อยละ 72.8 ปัจจัยที ่มีอิทธิพลต่อการเตรียมความพร้อมสู ่การเป็นผู ้สูงวัยอย่างมี
คุณภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ แรงสนับสนุนทางสังคม (p < 0.001, β = 0.521) ความรู้เกี่ยวกับการ
เตรียมความพร้อมการเป็นผู้สูงอายุ (p < 0.001, β = 0.398) และทัศนคติต่อการเตรียมความพร้อมการเป็น
ผู้สูงอายุ (p < 0.001, β = 0.342) โดยสามารถร่วมกันทำนายการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมี
คุณภาพของประชาชนได้ร้อยละ 68.7 การศึกษานี้ควรนำไปใช้ในการจัดโครงการส่งเสริมแรงสนับสนุนทาง
สังคมและการให้ความรู้เพื่อการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กนิษฐา ลิ้มทรัพย์. (2557). การตระหนักรู้ในตนเอง การมองโลกในแง่ดี ความพึงพอใจในชีวิตและความผาสุกทาง
จิตวิญญาณ ของผู้สูงอายุในศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: ปริญญา
นิพนธ์ วท.ม. (จิตวิทยาชุมชน) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นิศาชล กิจชระภูมิ. (2556). ความพร้อมในการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของประชาชนในเขตเทศบาลนคร
ขอนแก่น. วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา, 11(2), 49-60.
ภคภัทร พิชิตกุลธรรม, ชนัญชิดา ดุษฎีทูลศิริ และพรนภา หอมสินธุ์. (2562). ปัจจัยทำนายการเตรียมความพร้อม
ด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประชาชนในชุมชนเขตอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง. วารสารวิจัย
สาธารณสุขศาสตร์, 17(1), 85-96.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2565). สถานการณ์ผู้สูงอายุ พ.ศ.2562. กรุงเทพฯ.
วิไลพร วงค์คีนี, โรจน์ จินตนาวัฒน์ และกนกพร สุคำวัง. (2556). ปัจจัยทำนายพฤฒิพลังของประชากรเขตเมือง
จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วชากร นพนรินทร์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพของ
ประชาชน ในอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. พิษณุโลก: วิทยานิพนธ์เสนอบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
นเรศวร.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม. (2560). ประชากรและสังคม 2560. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม
มหาวิทยาลัยมหิดล.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย. (2566). รายงานประจำปี 2566. สุโขทัย.: กลุ่มงานยุทธศาสตร์สาธารณสุข
จังหวัดสุโขทัย.
Bloom. (1986). Taxonomy of Education. New York: David McKay Company Inc.
Caplan G. (1974). Support systems and community mental health . New York: Behavioral.
Conrad L. (1993). Teacher retirement decision: Influencing factors and consequences. Journal of
Educational Research, 87(1), 44-50.
Daniel. (1995). Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences. New York: Wiley &
Sons.
Davis K., & Newstrom, J. (2002). Organizational behavior: Human behavior at work (11th ed.).
McGraw-Hill.
Green and Krueter. (1991). Health promotion planning: An educational and environmental
approach (2nd ed.). Mayfield Publishing Company.
Kumelachew M. (1996). An analysis of the retirement readiness of university employees. (Doctor
of Philosophy, University of Maryland College Park).
Rosencranz & McNevin. (1969). Retirement preparation and post-retirement adjustment: A study
of female nurses in the United States. Journal of Gerontology, 24(2), 134-139.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
