อุบัติการณ์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจคัดกรอง สารพันธุกรรมเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA) ในกลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
โรคมะเร็งปากมดลูก, กลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก, การตรวจคัดกรองสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสเอชพีวีบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ของการติดเชื้อเอชพีวี และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชพีวี และการเป็นมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกที่รับบริการคัดกรองด้วยการตรวจคัดกรองสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสเอชพีวี 72 ราย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบเก็บข้อมูลประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป พฤติกรรมสุขภาพ และผลการตรวจทางคลินิก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบไคสแควร์
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอายุระหว่าง 41–50 ปี ร้อยละ 44.44 ไม่เคยเข้ารับการคัดกรอง ร้อยละ 36.11 มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับมะเร็ง ร้อยละ 95.83 ผลการตรวจ HPV DNA testing พบผลบวกร้อยละ 25.00 อุบัติการณ์ของการติดเชื้อเอชพีวีเท่ากับ 14.91 ต่อประชากรหนึ่งพันคน เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่าจำนวนบุตรและประวัติการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีความสัมพันธ์กับผลการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนั้น การส่งเสริมการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในสตรีที่ไม่เคยได้รับการตรวจมาก่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมมะเร็งปากมดลูกในพื้นที่
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กมล วิสุวรรณ. (2567). ความชุกและการกระจายตัวของการติดเชื้อ Human papillomavirus High Risk Group ของสตรีไทยที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(6), 562–568.
กานดา สีดา ชลธิชา ทิพย์เมศ ปัทมา พลอยสว่าง ปริณดา แพ่งเมือง. (2568). ความชุกการติดเชื้อ Human Papillomavirus ชนิดความเสี่ยงสูง และความผิดปกติของปากมดลูกในผู้หญิงไทยที่เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. วารสารโรคมะเร็ง, 45(2), 52–61
ณัชชา เสนาวิน และรวีวรรณ พรมศิลา.(2566). ประสิทธิผลและผลลัพธ์ทางคลินิกของการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA test ในจังหวัดนครสวรรค์. วารสารโรคมะเร็ง, 43(2), 70–81.
ณัชชา เสนาวิน และรวีวรรณ พรมศิลา. (2566). ประสิทธิผลและผลลัพธ์ทางคลินิกของการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA test ในจังหวัดนครสวรรค์. วารสารโรคมะเร็ง, 43(2), 70–82.
โรงพยาบาลสิชล. (2566). รายงานสถิติผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกในปี 2566. นครศรีธรรมราช: โรงพยาบาลสิชล.
สุวิทย์ วงษ์เชียงขวาง.(2568). ความชุกของการติดเชื้อ Human papillomavirus ชนิดความเสี่ยงสูง และความสัมพันธ์กับผลการตรวจทางเซลล์วิทยา ในสตรีจังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารเทคนิคการแพทย์, 53(2), 9464–9476.
อลงกรณ์ ศรีเลิศ คล้ายเดือน ปงเมฆ เหมือนดาว ปงเมฆ สิริลักษณ์ ศักดิ์สิทธานุภาพ ปุณณาสา วงศ์ชนะ เบญจมาศ พิชัย อภิสิทธิ์ ศรีรักษา.(2568).ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีเอชพีวีดีเอ็นเอในกลุ่มสตรีอายุ 30–60 ปี ของเขตบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 19(3), 262–273
อุบล คำแพงทอง.(2568).ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA test ในจังหวัดยโสธร (รายงานวิจัย). สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร.
เอนก จัดดี. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA test จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 38(3), 849–858
Arbyn, M., Weiderpass, E., Bruni, L., de Sanjosé, S., Saraiya, M., Ferlay, J., & Bray, F. (2020). Estimates of incidence and mortality of cervical cancer in 2018: A worldwide analysis. The Lancet Global Health, 8(2), e191–e203.
Arbyn, M., Weiderpass, E., Bruni, L., de Sanjosé, S., Saraiya, M., Ferlay, J., & Bray, F. (2020).Estimates of incidence and mortality of cervical cancer in 2018: A worldwide analysis. The Lancet Global Health, 8(2), e191–e203.
https://doi.org/10.1016/S2214-109X(19)30482-6
Boonthum, N., & Suthutvoravut, S. . . (2021). Prevalence, Types, and Factors of HPV Infection Among Women With Abnormal Cervical Cytology Screening at Ramathibodi Hospital. Research Medical Journal, 44(3), 12–19. https://doi.org/10.33165/rmj.2021.44.3.249847
Ginsburg, O., & Phillips, K. A. (2018). Precision public health: Personalized approaches to chronic disease prevention and early detection. Journal of Global Health.
International Agency for Research on Cancer. (2022). Cervix uteri fact sheet—Thailand. In Global Cancer Observatory. Retrieved December 20, 2025, from https://gco.iarc.fr/
Jailani, AS., Balqis-Ali, N.Z., Tang, K.F. et al. Prevalence and sociodemographic predictors of high-risk vaginal human papillomavirus infection: findings from a public cervical cancer screening registry. BMC Public Health 23, 2243 (2023). https://doi.org/10.1186/s12889-023-17132-2
Khuhaprema, T., Srivatanakul, P., Attasara, P., Sriplung, H., Wiangnon, S., Sumitsawan, Y., … Parkin, D. M. (2017). Cancer incidence in Thailand: Corpus uteri, ovary, prostate, testis and cervical cancer. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention, 18(3), 781–786.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970).Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Ploysawang, P., Rojanamatin, J., Prapakorn, S., Jamsri, P., Pangmuang, P., Seeda, K., & Sangrajrang, S. (2021). National Cervical Cancer Screening in Thailand. Asian Pacific journal of cancer prevention : APJCP, 22(1), 25–30. https://doi.org/10.31557/APJCP.2021.22.1.25
World Health Organization. (2020). Global strategy to eliminate cervical cancer as a public health problem. Retrieved December 2, 2025, from https://www.who.int/publications/i/item/9789240014111
World Health Organization. (2021). WHO recommends DNA testing as a first choice screening method for cervical cancer prevention. World Health Organization. Retrieved December 20, 2025, from https://www.who.int/europe/news/item/11-09-2021-who-recommends-dna-testing-as-a-first-choice-screening-method-for-cervical-cancer-prevention
World Health Organization. (2022). Cervical cancer – Key facts. Retrieved December 25, 2025, from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cervical-cancer
World Health Organization. (2025). Cervical cancer: Key facts. World Health Organization. Retrieved December 20, 2025, from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cervical-cancer
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
