ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมต่อการโรคความดันโลหิตสูง อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
คำสำคัญ:
พฤติกรรม, การรับรู้ด้านสุขภาพ, โรคความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมต่อการโรคความดันโลหิตสูง อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ประชากรคือ ประชาชนอายุ 35ปี ขึ้นไป ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จำนวน 771 คน โดยใช้สูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Daniel เท่ากับ 270 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล การรับรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพแบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค เท่ากับ 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ด้านสุขภาพ มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง (57.78%) ( =2.34, S.D.=0.549) พฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงอยู่ในระดับปานกลาง (80%) ( =1.88, S.D.=0.432) ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า การรับรู้ด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมต่อการโรคความดันโลหิตสูง อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.200, P-value<0.001)
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข, 2568 โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension). นนทบุรี: กรมควบคุมโรค สืบค้นเมื่อวันที่
พฤษภาคม2569. เข้าถึงจาก
https://www.ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=52&utm_source=chatgpt.com
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 2567 ปัจจัยการเกิดโรคความดันโลหิตสูง สืบค้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม
เข้าถึงจาก http://dpc2.ddc.moph.go.th/infopublic/data/2/pic/25.doc
เฉลิมพล ตันสกุล. (2543). พฤติกรรมศาสตร์สาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สหประชาพาณิชย์.
นฤมล กอกอง, อมรศักดิ์ โพธิ์อ่ำ. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น; 5(3): 65-78.
เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2547). การจัดการสมัยใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: บริษัทเซ็นทรัลเอ็กเพลสจำกัด.
เปรมใจ หน่อแก้ว. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน. เอกสารเผยแพร่ผลงานวิชาการประเภทงานวิจัยบนเวปไซต์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน.
พงศนาถ หาญเจริญพิพัฒน์. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มารับบริการที่โรงพยาบาลศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์; 35(3): 653-665.
ลัดดา พลพทธา, ศตวรรษ อุดรศาสตร์, ณิชพันธุ์ระวี เพ็งพล, ปลมา โสบุตร์ และคณะ. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน. วารสารศรีสุวรรณปริทรรศน์; 1(1): 1-14.
ศุภวรรณ มโนสุนทร. (2553). รายงานพยากรณ์โรคความดันโลหิตสูง. สืบค้นเมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569. เข้าถึงจาก http://www.interfetpthailand.net/forecast/files/reporrt_2012/report_2012_11_no01.pdf
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี, 2567 สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูง จังหวัดปัตตานี. สืบค้นเมื่อ วันที่
พฤษภาคม 2569. เข้าถึงได้จาก http://pattani.nso.go.th
Best, John W. (1977). Research is Evaluation. (3rd ed). Englewod cliffs: N.J. Prentice Hall.
Cronbach. (1997). Essentials of Psychological Testing. New york: Harper and Row.
Daniel W.W. (2010). Biostatistics: Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences. (9thed). New York: John Wiley & Sons.
Orem, D. E. (1991). Nursing: Concepts of practice (4th ed.). St. Louis: Mosby Year
Book.
Rosenstock. (1974). History origins of the health belief model: Health Education Monograph.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
