ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดของประชากรกลุ่มเสี่ยง เขตเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
คำสำคัญ:
กลุ่มเสี่ยง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, การรับรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยแบบภาคตัดขวางเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์และอำนาจการทำนายของปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดของประชากรกลุ่มเสี่ยง ประชากรคือ ประชากรกลุ่มเสี่ยงเขตเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 285 คน โดยใช้สูตรการคำนวณกลุ่มตัวอย่างที่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอนของ Daniel ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 172 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ แบบสอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล ความรู้โรคหัวใจและหลอดเลือด การรับรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ทดสอบคุณภาพของแบบสอบถามโดยแบบแบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน และนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.834 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนผลการวิจัย พบว่า ความรู้โรคหัวใจและหลอดเลือดมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (43.02%) ( =2.20, S.D.=0.781) การรับรู้ด้านสุขภาพมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (91.86%) ( =2.92, S.D.=0.274) พฤติกรรมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (98.26%) ( =2.98, S.D.=0.131) ตามลำดับ ปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ประกอบด้วย ความรู้โรคหัวใจและหลอดเลือด (P-value<0.001) การรับรู้โอกาสเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด (P-value<0.001) การรับรู้ความรุนแรงของโรคหัวใจและหลอดเลือด (P-value=0.017) การรับรู้ประโยชน์ในการปฏิบัติ (P-value<0.001) ตามลำดับ โดยมีความแม่นยำในการพยากรณ์ ร้อยละ 15.7 (R2 =0.157)
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2565). จำนวนอัตราป่วย ตาย ปี 2559-2562. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2569 เข้าถึงจาก http://www.thaincd.com/2016/mission/documents.php?tid=32&gid=1-020
เกษชดา ปัญเศษ, สุกาญฎา กลิ่นถือศิล, อาภาสินี กิ่งแก้ว, และวิยดา วงศ์มณีโรจ. (2562). ความเสี่ยงต่อการ เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดของบุคลากรที่ปฏิบัติราชการส่วนกลางกระทรวงสาธารณสุขโดยใช้แบบ ประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด Rama-EGAT Heart Score. วารสารพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข; 25(2): 57-70.
ฉัตรกมล ประจวบลาภ, ดวงกมล วัตราดุลย์. (2563). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและ โรคหลอดเลือดสมองในหญิงวัยหมดประจำเดือน. วารสารโรคหัวใจและทรวงอก; 31(1): 27-45.
ณัฐธยาน์ ภิรมย์สิทธิ์, จารีศรี กุลศิริปัญโญ, อรุณ นุรักษ์เข และกิตติศักดิ์ หลวงพันเทา. (2561). ปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัด สุพรรณบุรี. วารสาร มฉก. วิชาการ; 22(43-44): 55-69.
ปัณณทัต บนขุนทด และคณะ. (2566). ปัจจัยที่มีคามสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคในกลุ่มเสี่ยงโรค หลอดเลือดหัวใจในตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์; 38(3): 617-625.
วิภาวรรณ ศิริกังวานกุล, รัตน์ศิริ ทาโต, และระพิณ ผลสุข. (2560). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันโรคหลอด เลือดหัวใจของกำลังพลกองทัพบก. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 29(2): 99- 110.
วีรนุช ว่องวรรธนะกุล, วิชชุกร สุริยะวงศ์ไพศาล, ทักษพล ธรรมรังสี, จเร วิชาไทย, โศภิต นาสืบ, สุรวา แก้ว นุ้ย และคณะ. (2567). รายงานสถานการณ์ NCDs วิกฤติสุขภาพวิกฤติสังคม. นนทบุรี: สำนักวิจัย นโยบายสร้างเสริมสุขภาพ (สวน.) และสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ.
Best, John W. (1977). Research is Evaluation. (3rd ed). Englewod cliffs: N.J. Prentice Hall.
Bloom, B.S. (1975). Taxonomt of Education. David McKay Company Inc., New York.
Cronbach. (1997). Essentials of Psychological Testing. New york: Harper and Row.
Daniel W.W. (2010). Biostatistics: Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences. (9thed). New York: John Wiley & Sons.
Green, L. W. and Kreuter, M.W.(1991).Health promotion planning: and environmental approach. Toronto: Mayfied Publishing.
Mendis S., Puska, P., & Norrving, B. (2011). Global atlas on cardiovascular disease prevention and control. Retrieved from http://www.who.int/cardiovascular_diseases/publications/atlas_cvd/en/
Rosenstock. (1974). History origins of the health belief model: Health Education Monograph.
World Health Organization. (2021). Cardiovascular disease (CVDs). Retrieved from https://www.who.int/en/nemw-room/fact-sheets/detail/cariovascular-disease- (CVDs)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
