ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่รับการรักษา ในคลินิกความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่ากอ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา
คำสำคัญ:
โรคความดันโลหิต, การรับรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่รับการรักษาในคลินิกความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่ากอ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา กลุ่มประชากรคือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่รับการรักษาในคลินิกความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่ากอ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา จำนวน 107 คน โดยใช้สูตรการคำนวณกลุ่มตัวอย่างที่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอนของ Daniel ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 93 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ แบบสอบถามประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้ป่วย การรับรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค เท่ากับ 0.894 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียรสัน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (88.20%) ( =4.05, S.D.=0.357) พฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
มีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (73.10%) ( =3.81, S.D.=0.553) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า
การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่รับการรักษาในคลินิกความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่ากอ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.223, P-value=0.032) และการรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่รับการรักษาในคลินิกความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่ากอ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(r=0.346, P-value<0.001)
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2568). Health Data Center. [อินเตอร์เน็ต]. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม
2568. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/page.php.
กรมควบคุมโรค. (2565). แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย
(พ.ศ. 2566 - 2570). 18
กรมควบคุมโรค. (2562). แนวทางการดำเนินงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรค NCDs
(3อ 2ส). [อินเตอร์เน็ต]. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2568.. สืบค้นจาก: http://ftp.thaincd.com/document/file/download/knowledge/CBI%E2%80%8BNCDs62.pdf
มลฤดี เพ็ชร์ลมุล. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ การรับรู้ และพฤติกรรมการป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงในญาติผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 28 (3) , 175-187
อรุณรัตน์ โยธินวัฒนบำรุง และคณะฯ. (2568). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ การรับรู้สมรรถนะแห่งตนเอง กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะม่วง
สองต้น อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา , 33 (1) , 110-121
Best, John W. (1977). Research is Evaluation. (3rded). Englewood Cliffs: N.J. Prentice-Hall.
Cronbach. (1997). Essentials of Psychological Testing. New york: Harper and Row.
Daniel W.W. (2010). Biostatistics: Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences. (9th ed). New York: John Wiley & Sons.
Pearson, K. (1896). Mathematical contributions to the theory of evolution. Philosophical Transactions of the Royal Society of London. Series A, Containing Papers of a Mathematical or Physical Character, 187, 253-318.
Rosenstock. (1974). History origins of the health belief model:Health Education
World Health Organization. (2021). World Health Statistics 2021. Geniva: World
Health Organization; 2021 [cited 2012 Jun12] [internet]. Available from:http://www.who.int/gho/publications/world_health_statistics/2021/en/
Zarcadoolas, C., Pleasant, A., & Greer, D. S. (2005). Understanding health literacy:
An expanded model. Health Promotion International, 20(2), 195-203.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
