ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ของผู้ดูแล เขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

ผู้แต่ง

  • ศิริพงศ์ เจอะสุข

คำสำคัญ:

ผู้ดูแลผู้สูงอายุ, แรงจูงใจการปฏิบัติงาน, การสนับสนุนทางสังคม, การปฏิบัติงาน

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

การวิจัยแบบพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ของผู้ดูแล เขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ประชากรคือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุในเขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จำนวน 147 คน ใช้สูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Daniel เท่ากับ 138 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 5 ส่วน  ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ทัศนคติในการดูแล แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค เท่ากับ 0.867 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ที่ระดับความเชื่อมมั่น 0.05 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ความรู้อยู่ในระดับสูง (64.49 %) (  = 16.23, S.D.=1.86) ทัศนคติ อยู่ในระดับสูง (87.68 %) ( = 4.10, S.D. = 0.34) แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับสูง (87.68 %) ( = 3.97, S.D. = 0.29) ปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม อยู่ในระดับสูง (59.42 %) ( = 3.77, S.D. =0.43) การปฏิบัติงาน อยู่ในระดับสูง (61.59 %) (  = 3.75, S.D. = 0.47) ผลการวิเคราะห์ตัวแปรอิสระที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการปฏิบัติงานการดูแล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ทัศนคติในการดูแล (r=0.2818, P-value=0.0008) ปัจจัยแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน (r=0.4070, P-value=<0.0001) ประกอบด้วย สัมพันธภาพระหว่างผู้สูงอายุ (0.3032, P-value=0.0003) สัมพันธภาพระหว่างผู้ร่วมงาน (r=0.4729, P-value=<0.0001) ปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม (r=0.6309, P-value<0.0001) ประกอบด้วย การสนับสนุนจากครอบครัว (r=0.4650, P-value=<0.0001) การสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน (r=0.4200, P-value=<0.0001) การสนับสนุนจากชุมชน/ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (r=0.4518, P-value=<0.0001) การสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (r=0.5261, P-value=<0.0001)

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง

จีราวรรณ นามพันธ์ และคณะ. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลผู้สูงอายุของผู้ดูแล. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 33(2), 45–60

ถนอมรัตน์ ประสิทธิเมตต์, & เพชรา ชวนะพันธุ์. (2559). ปัญหาและอุปสรรคในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว. วารสารสาธารณสุข, 28(1), 12–25.

ทวิช วงค์ไชยชาญ. (2561). ปัจจัยแรงจูงใจที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของผู้ดูแลผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยสุขภาพ, 12(3), 101–115.

ยุพา ฟูชื่น. (2560). การสนับสนุนทางสังคมกับการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารพยาบาล, 35(2), 78–92.

ศักดิ์สิทธิ์ บ่อแก้ว. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลผู้สูงอายุในระบบชุมชน. วารสารสุขภาพชุมชน, 14(1), 55–70.

ศิราณี ศรีหาภาค และคณะ. (2556). สถานการณ์การดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย. วารสารสาธารณสุข, 43(2), 101–115.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2559). แนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. กรุงเทพฯ: สปสช.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา. (2567). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุจังหวัดพังงา. พังงา.

สถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2560). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพฯ.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2559). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพฯ.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2560). รายงานประชากรผู้สูงอายุ. นครปฐม.

สุขศิริ ประสมสุข และคณะ. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานของผู้ดูแลผู้สูงอายุ. วารสารการพยาบาล, 35(3), 120–135.

สุภาพร เจือมา, & ชนะพล ศรีฤาชา. (2561). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านสุขภาพ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 27(2), 210–225.

สุวิมลรัตน์ รอบรู้เจน. (2558). การสนับสนุนทางสังคมกับคุณภาพการดูแลผู้สูงอายุ. วารสารสุขภาพชุมชน, 10(2), 85–98.

สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์ และคณะ. (2561). การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวในประเทศไทย. วารสารนโยบายสุขภาพ, 13(1), 1–15.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.

Chuluunbaatar, E., Chou, Y. J., & Pu, C. (2017). Quality of life of older adults and social support: Evidence from Mongolia. PLoS ONE, 12(11), e0187346. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0187346

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555

Daniel, W. W. (2010). Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences (9th ed.). Wiley.

Foundation of Thai Gerontology Research and Development Institute. (2023). Situation of the Thai elderly 2023.

Greenwood, N., Habibi, R., Smith, R., & Manthorpe, J. (2019). Barriers to access and minority ethnic carers’ satisfaction with social care services in the community. Health & Social Care in the Community, 27(1), 132–141.

Herzberg, F. (1959). The motivation to work. John Wiley & Sons.

House, J. S. (1981). Work stress and social support. Addison-Wesley.

National Statistical Office. (2024). The 2024 population statistics of Thailand.

Pavarini, S. C. I., et al. (2018). Family and social support for elderly caregivers: A systematic review. Revista Brasileira de Geriatria e Gerontologia, 21(2), 245–255.

Pender, N. J. (1987). Health promotion in nursing practice. Appleton & Lange.

Schermerhorn, J. R., Hunt, J. G., & Osborn, R. N. (1991). Managing organizational behavior (4th ed.). John Wiley & Sons.

Zeng, Y., et al. (2019). The relationship between knowledge and caregiving performance among caregivers of older adults. BMC Geriatrics, 19, 1–10.

United Nations. (2022). World population prospects 2022.

World Health Organization. (2024). Ageing and health.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-09-2026

รูปแบบการอ้างอิง

เจอะสุข ศ. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ของผู้ดูแล เขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น , 7(3), 288–302. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/scintc/article/view/6462