การสัมผัสเสียงดังจากการทำงานและสมรรถภาพการได้ยินของนักดนตรีวงแห่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • ฌาน ปัทมะ พลยง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • บุตรี เทพทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • ชนพร พลดงนอก มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • เชิดศิริ นิลผาย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • กิจจา จิตรภิรมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • ศุภวรรณ สุวรรณพิทักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

คำสำคัญ:

สมรรถภาพการได้ยิน, อาการทางการได้ยิน, การสัมผัสเสียงดัง, นักดนตรีวงแห่

บทคัดย่อ

ดนตรีวงแห่เป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่พบได้ทั่วไปตามเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเล่นดนตรีมีความเสี่ยงต่อการรับสัมผัสเสียงดังและสมรรถภาพการได้ยิน การศึกษาครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับสัมผัสเสียงดังจากการทำงาน อาการการได้ยิน และสมรรถภาพการได้ยินของนักดนตรีวงแห่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยประเมินเสียงดังจากการทำงานและทดสอบสมรรถภาพการได้ยินของกลุ่มนักดนตรี จำนวน 36 คน จาก 3 วงดนตรีแห่ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ เครื่องตรวจวัดระดับเสียงดัง เครื่องตรวจวัดปริมาณเสียงสะสม และเครื่องทดสอบสมรรถภาพการได้ยิน ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอนุมานเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับเสียงของวงดนตรีจำนวน 3 วง โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า ระดับเสียงเฉลี่ย 2 ชั่วโมงที่นักดนตรีทำงาน (LAeq) ตรวจวัดแบบพื้นที่มีค่าอยู่ระหว่าง 101.53-114.75 เดซิเบล (เอ) และค่าระดับเสียงดังสูงสุด (Lmax) 124.39 เดซิเบล (เอ) เมื่อทดสอบระดับเสียงของทั้ง 3 วงดนตรีพบว่า ความดังของเสียงไม่แตกต่างกัน นักดนตรีส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.56 รู้สึกมีการได้ยินลดลง โดยพบมากที่สุด คือ นักดนตรีมีสมาธิลดลง ร้อยละ 86.11 ผลการทดสอบสมรรถภาพการได้ยิน พบว่า นักดนตรีมีความผิดปกติที่ความถี่สูง ร้อยละ 80.55 โดยเป็นความผิดปกติของหูทั้งสองข้าง ร้อยละ 72.42 สรุปผลการศึกษาชี้ให้เห็นสภาพปัญหาซึ่งนักดนตรีรับสัมผัสเสียงดังเกินกว่าประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด และพบความผิดปกติของการได้ยินในระดับสูง จึงควรมีการเฝ้าระวังและป้องกันตัวเองจากเสียงดัง เช่น การสวมใส่ที่อุดหู หรือไม่ใช้หูฟังเพลงขณะหยุดพักการซ้อมดนตรี

เอกสารอ้างอิง

มนตรี เนมิน, ณัฐพงษ์ ภารประดับ, เจริญชัย แสงอรุณ. พัฒนาการของวงดนตรีที่ใช้นำขบวนแห่ในจังหวัด มหาสารคาม. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 7 ตุลาคม 2565];5(1):78-86. เข้าถึงได้จาก: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/soc-rmu/article/view/245341/167715

อิทธิพงษ์ ทองศรีเกตุ. รถแห่ดนตรีสด: ความนิยมในการจัดกิจกรรมของชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 7 ตุลาคม 2565];10(1):208-23. เข้าถึงได้จาก: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/liberalartsjournal/article/view/261802/174030

ทรงวิทย์ สิทธิ์ทองสี. ดนตรีกับวิถีชีวิตของคนอีสานบอกผ่านฮูปแต้มในสิมอีสาน. วารสารศิลปกรรมและการออกแบบแห่งเอเชีย. 2563;1:101-14.

Early KL, Horstman SW. Noise exposure to musicians during practice. J Occup Environ Hyg 1996;11(9):1149-53. doi: 10.1080/1047322X. 1996.10389385

ข่าวสด. รถแห่บุกร้องเรียน หลังถูกห้ามรับงานอีก เหตุเสียงดัง ทำวัยรุ่นตีกัน [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 7 ตุลาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3066902

ฌาน ปัทมะ พลยง. สุขภาพมูลฐานในผู้ประกอบอาชีพ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา; 2563.

Halevi-Katz DN, Yaakobi E, Putter-Katz H. Exposure to music and noise-induced hearing loss (NIHL) among professional pop/rock/jazz musicians. Noise Health 2015;17(76):158. doi: 10.4103/1463-1741.155848

Zhao F, Manchaiah KC, French D, Price SM. Music exposure and hearing disorders: An overview. Int J Speech Lang Pathol Audiol. 2010;49:54-64. https://doi.org/10.3109/14992020903202520

อนามัย ธีรวิโรจน์, ศรีรัตน์ ล้อมพงศ์, จิตรพรรณ ภูษาภักดีภพ. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการสูญเสียการได้ยินของผู้ประกอบอาชีพ ในสถานประกอบการดีสโก้เทค ในเขตจังหวัดชลบุรี. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2543;8(1):1-12.

Occupational Safety and Health Administration (OSHA). Noise exposure computation [Internet]. 2020 [cited 2022 Aug 14]. Available from: https://www.osha.gov/laws-regs/regulations/standardnumber/1910/1910.95AppA

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะการทำงานในแต่ละวัน. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 19 ง. 26 มกราคม 2561.

Chang J, Ryou N, Jun HJ, Hwang SY, Song JJ, Chae SW. Effect of cigarette smoking and passive smoking on hearing impairment: data from a population–based study. PloS One 2016; 11(1):e0146608. doi: 10.1371/journal.pone.0146608

Dawes P, Cruickshanks KJ, Moore DR, Edmondson-Jones M, McCormack A, Fortnum H, et al. Cigarette smoking, passive smoking, alcohol consumption, and hearing loss J Assoc Res Otolaryngol 2014;15(4):663-74. doi: 10.1007/s10162-014-0461-0

European Agency for Safety and Health at Work. Combined exposure to noise and ototoxic substances [Internet]. 2022 [cited 2022 Aug 17]. Available from: https://osha.europa.eu/en/publications/combined-exposure-noise-and-ototoxic-substances

Widén S E, Båsjö S, Möller C, Kähäri K. Headphone listening habits and hearing thresholds in swedish adolescents Noise Health 2017;19(88):125-32. doi: 10.4103/nah.NAH_65_16

Lie A, Skogstad M, Johannessen HA, Tynes T, Mehlum IS, Nordby KC, et al. Occupational noise exposure and hearing:a systematic review. Int Arch Occup Environ Health. 2016;89(3):351-72. doi: 10.1007/s00420-015-1083-5

Zhang D, Mui KW, Wong LT. Interaction effects between mood state and background sound level on students’ sound perceptions and concentration levels in study spaces. Buildings. 2024;14(5):1419. doi: 10.3390/buildings14051419

Rueda IA, Ramos AF, de Las Heras JAF, Salido PM, Aubá, JMV, Del Toro LC, et al. Prevalence of hearing protection use and subjective auditory symptoms among Spanish classical orchestral musicians. Acta Otorrinolaringol Esp. 2023;74(2):79-84. doi: 10.1016/ j.otoeng.2021.10.006

ชนพร พลดงนอก, ฌาน ปัทมะ พลยง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสูญเสียการได้ยินของพนักงานในสถานประกอบกิจการล้างรถในเขตบางแค กรุงเทพมหานคร. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 17 สิงหาคม 2565]. 30(3):98-111. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Nubuu/article/view/258567

Corcuera MA, Chatziioannou V. Perceptual Significance of Tone-Dependent Directivity Patterns of Musical Instruments. J Audio Eng Soc. 2023;71(5):293-302 doi: 10.17743/jaes.2022.0076

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

23-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

1.
พลยง ฌป, เทพทอง บ, พลดงนอก ช, นิลผาย เ, จิตรภิรมย์ ก, สุวรรณพิทักษ์ ศ. การสัมผัสเสียงดังจากการทำงานและสมรรถภาพการได้ยินของนักดนตรีวงแห่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร. JODPC8 [อินเทอร์เน็ต]. 23 เมษายน 2026 [อ้างถึง 30 เมษายน 2026];4(1):16-31. available at: https://he03.tci-thaijo.org/index.php/JODPC8/article/view/4064

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย