เกี่ยวกับวารสาร
Journal of Applied Sport Science and Integrative Well-Being (JASIW) เป็นวารสารวิชาการออนไลน์ที่จัดทำโดยเครือข่ายสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย วารสารมุ่งเผยแพร่บทความวิจัย บทความทบทวนวรรณกรรม บทความทางวิชาการ และบทความวิชาการตามคำเชิญ ในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา การออกกำลังกาย กิจกรรมทางกาย พลศึกษา สุขศึกษา นันทนาการ และการส่งเสริมสุขภาวะ โดยเน้นการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในบริบทจริงและการพัฒนาเชิงพื้นที่ วารสารรับพิจารณาต้นฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ไม่เคยตีพิมพ์และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น ตั้งแต่ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ต้นฉบับที่ผ่านการกลั่นกรองเบื้องต้นโดยบรรณาธิการจะได้รับการประเมินแบบผู้ประเมินและผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (double-anonymous peer review) โดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 คน ซึ่งผู้ประเมินแต่ละคนสังกัดต่างสถาบันกัน และไม่มีผู้ประเมินคนใดสังกัดสถาบันเดียวกับผู้นิพนธ์ วารสารเผยแพร่ปีละ 4 ฉบับ ได้แก่ มกราคม–มีนาคม เมษายน–มิถุนายน กรกฎาคม–กันยายน และตุลาคม–ธันวาคม ทั้งนี้ เนื้อหา ทัศนะ และความคิดเห็นที่ปรากฏในแต่ละบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว วารสารนี้เดิมตีพิมพ์ในชื่อ วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (SHIRT) จนถึงปีที่ 5 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2569
วัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร (Aim and Scope of the Journal)
Journal of Applied Sport Science and Integrative Well-Being มุ่งเผยแพร่บทความวิจัย บทความทบทวนวรรณกรรม บทความทางวิชาการ และบทความวิชาการตามคำเชิญ ที่สร้างองค์ความรู้เชิงประจักษ์ นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การออกกำลังกาย กิจกรรมทางกาย พลศึกษา สุขศึกษา นันทนาการ และการส่งเสริมสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเชื่อมโยงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และนวัตกรรมสุขภาพสู่การปฏิบัติในบริบทจริง โดยเฉพาะในชุมชน โรงเรียน องค์กรกีฬา หน่วยงานท้องถิ่น พื้นที่ชนบท และพื้นที่กึ่งเมือง ทั้งในประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริบทอื่นที่มีลักษณะทางสังคม วัฒนธรรม หรือข้อจำกัดด้านทรัพยากรใกล้เคียงกัน
บทความด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การออกกำลังกาย กิจกรรมทางกาย พลศึกษา หรือสุขศึกษาที่อยู่ในขอบเขตของวารสาร ต้องมีการออกกำลังกาย กีฬา การเคลื่อนไหวร่างกาย สมรรถภาพทางกาย หรือพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นสาระสำคัญของคำถามวิจัย กระบวนการศึกษา นวัตกรรม หรือผลลัพธ์ที่ศึกษา ส่วนบทความด้านนันทนาการต้องมีกรอบแนวคิดและข้อค้นพบที่เชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับสุขภาวะ คุณภาพชีวิต การมีส่วนร่วม หรือการพัฒนาชุมชน โดยบทความทุกประเภทต้องแสดงให้เห็นคุณค่าต่อองค์ความรู้ การปฏิบัติ นโยบาย หรือการพัฒนาเชิงพื้นที่ ทั้งนี้ ศาสตร์ด้านสาธารณสุข การแพทย์ สังคมศาสตร์ การศึกษา เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นสามารถนำมาใช้เป็นกรอบสนับสนุนหรือบูรณาการได้ หากมีความเชื่อมโยงโดยตรงและมีสาระสำคัญกับอัตลักษณ์หลักของวารสาร อย่างไรก็ตาม วารสารมิได้มุ่งเผยแพร่งานที่เน้นเฉพาะการจัดการเรียนการสอนพลศึกษาหรือสุขศึกษาทั่วไป หรืองานด้านพฤติกรรมสุขภาพและระบาดวิทยาที่ไม่มีองค์ประกอบด้านการออกกำลังกาย กิจกรรมทางกาย การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือสมรรถภาพทางกายอย่างชัดเจน
ขอบเขตเนื้อหาที่รับพิจารณา
- วิทยาศาสตร์การกีฬาและการพัฒนากีฬาประยุกต์: การประยุกต์ใช้สรีรวิทยาการออกกำลังกาย ชีวกลศาสตร์ โภชนาการการกีฬา จิตวิทยาการกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาการฝึกซ้อม สมรรถภาพทางกายและสมรรถนะทางกีฬา การป้องกันการบาดเจ็บ และการกลับสู่การเล่นกีฬา ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนานักกีฬา ผู้ฝึกสอน และบุคลากรด้านกีฬาในโรงเรียน ชุมชน สโมสร และระบบกีฬาระดับท้องถิ่น
- กิจกรรมทางกาย การออกกำลังกาย และสุขภาวะตลอดช่วงชีวิต: การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง การออกกำลังกายเพื่อป้องกันหรือจัดการปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การพัฒนาสมรรถภาพเชิงหน้าที่ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ ครอบคลุมประชากรทุกช่วงวัยและกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ
- พลศึกษา สุขศึกษา และการส่งเสริมการเคลื่อนไหวอย่างเท่าเทียม: การพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว ความรอบรู้ทางกาย พฤติกรรมการออกกำลังกาย การเรียนรู้ผ่านกีฬา กีฬาเพื่อมวลชน กีฬาเพื่อการพัฒนา และการเข้าร่วมกิจกรรมทางกายหรือกีฬาอย่างเท่าเทียม โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขของวารสารที่กำหนดให้งานวิจัยต้องมีผลลัพธ์ด้านการเคลื่อนไหว สมรรถภาพทางกาย กิจกรรมทางกาย การมีส่วนร่วมทางกีฬา หรือสุขภาวะที่เกี่ยวข้องเป็นสาระสำคัญ
- นันทนาการและการพัฒนาชุมชน: การพัฒนาและประเมินกิจกรรมนันทนาการที่ส่งเสริมสุขภาวะทางกาย จิตใจ และสังคม คุณภาพชีวิต การมีส่วนร่วม และความเข้มแข็งของชุมชน ครอบคลุมทั้งนันทนาการที่ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายและนันทนาการรูปแบบอื่นที่มีฐานแนวคิดและข้อค้นพบชัดเจน มิใช่เพียงการบรรยายกิจกรรมหรือรายงานความพึงพอใจ
- วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวเชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น: การศึกษา พัฒนา และต่อยอดการละเล่นพื้นบ้าน กีฬาเชิงวัฒนธรรม การออกกำลังกายพื้นถิ่น และกิจกรรมการเคลื่อนไหวหรือนันทนาการที่มีรากฐานจากวิถีชีวิตและทุนทางสังคมของชุมชน ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
- นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านกีฬา การออกกำลังกาย และสุขภาวะ: การพัฒนาและประเมินโปรแกรม แบบทดสอบ เครื่องมือ อุปกรณ์สวมใส่ ระบบติดตามสมรรถภาพและสุขภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการใช้ข้อมูล โดยคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย ความเหมาะสมกับบริบท การเข้าถึงได้ ความคุ้มค่า และศักยภาพในการขยายผล
- การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่: การนำองค์ความรู้ โปรแกรม เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมด้านกีฬา การออกกำลังกาย กิจกรรมทางกาย พลศึกษา สุขศึกษา และนันทนาการเพื่อสุขภาวะไปใช้แก้ปัญหาและสนับสนุนการพัฒนากลุ่มประชากร องค์กร หรือชุมชน โดยศึกษาความเป็นไปได้ การยอมรับ ความเหมาะสมกับบริบท ประสิทธิผล ความยั่งยืน หรือศักยภาพในการขยายผล
- ประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง: การบริหารและนโยบายกีฬา การพัฒนาบุคลากร กีฬาเพื่อสังคม พื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหว การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและนันทนาการ และมิติทางสังคมหรือวัฒนธรรมของกีฬา โดยต้องมีความเชื่อมโยงอย่างมีสาระสำคัญกับกีฬา การออกกำลังกาย กิจกรรมทางกาย สมรรถภาพทางกาย นันทนาการเพื่อสุขภาวะ หรือการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งนี้ การพิจารณาความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสารอยู่ในดุลยพินิจของบรรณาธิการ
ประเภทบทความที่รับพิจารณา (Types of Articles Considered for Publication)
วารสารรับพิจารณาต้นฉบับที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
- บทความวิจัย (Original Research Article): บทความที่นำเสนอข้อมูลและข้อค้นพบใหม่จากการวิจัยเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ หรือแบบผสมวิธี รวมถึงการวิจัยที่มุ่งพัฒนาและประเมินโปรแกรม แบบทดสอบ เครื่องมือ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม
- บทความทบทวนวรรณกรรม (Review Article): บทความที่สืบค้น ประเมินคุณภาพ และสังเคราะห์หลักฐานจากวรรณกรรมด้วยวิธีการที่ระบุไว้อย่างชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ ได้แก่ การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ การทบทวนเชิงขอบเขต และการวิเคราะห์อภิมาน
- บทความทางวิชาการ (Academic Article): บทความที่กำหนดประเด็นทางวิชาการเฉพาะเรื่องอย่างชัดเจน ทบทวนและสังเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ประเด็นอย่างเป็นระบบ และนำเสนอทัศนะ ข้อโต้แย้ง กรอบแนวคิด หรือข้อเสนอทางวิชาการของผู้เขียนที่เป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าของศาสตร์ การปฏิบัติ หรือนโยบาย
- บทความวิชาการตามคำเชิญ (Invited Academic Article): บทความที่นำเสนอภาพรวมของสาขาวิชา วิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้หรือแนวโน้มสำคัญ และเสนอกรอบแนวคิด วาระการวิจัย หรือทิศทางเชิงวิชาการ นโยบาย หรือการปฏิบัติ โดยรับพิจารณาเฉพาะต้นฉบับที่ได้รับเชิญจากกองบรรณาธิการ
นโยบายการพิจารณาบทความ (Peer Review Policy)
- การกลั่นกรองเบื้องต้น (Editorial Screening): กองบรรณาธิการตรวจสอบความสอดคล้องของต้นฉบับกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร รูปแบบต้นฉบับ คุณภาพทางวิชาการเบื้องต้น จริยธรรมการวิจัย และความซ้ำซ้อนของเนื้อหา ต้นฉบับที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะได้รับการปฏิเสธโดยบรรณาธิการ (desk rejection) โดยปกติภายใน 7 วันนับจากวันที่วารสารได้รับต้นฉบับ
- การประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review): ต้นฉบับที่ผ่านการกลั่นกรองเบื้องต้นจะได้รับการประเมินแบบผู้ประเมินและผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (double-anonymous peer review) โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของบทความอย่างน้อย 2 คน ผู้ประเมินแต่ละคนต้องสังกัดต่างสถาบันกัน และไม่มีผู้ประเมินคนใดสังกัดสถาบันเดียวกับผู้นิพนธ์คนใด ผู้ประเมินต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน รักษาความลับ และประเมินบทความอย่างเป็นธรรมตามหลักวิชาการ นโยบายการประเมินนี้ใช้กับบทความทุกประเภท รวมถึงบทความวิชาการตามคำเชิญ
- ผลการพิจารณาและระยะเวลา (Decisions and Timeline): ผลการพิจารณาแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ รับตีพิมพ์ (Accept) แก้ไขเล็กน้อย (Minor Revision) แก้ไขมาก (Major Revision) และไม่รับตีพิมพ์ (Reject) โดยปกติวารสารดำเนินกระบวนการพิจารณาตั้งแต่การรับต้นฉบับจนถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายใน 4 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงตามความพร้อมของผู้ประเมิน จำนวนรอบการแก้ไข และความซับซ้อนของต้นฉบับ หากกระบวนการล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่กำหนด วารสารจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ทราบ ผู้นิพนธ์ที่ได้รับแจ้งให้แก้ไขต้องส่งต้นฉบับฉบับแก้ไขพร้อมคำชี้แจงการแก้ไขเป็นรายประเด็นภายในระยะเวลาที่วารสารกำหนด
- การตัดสินใจของบรรณาธิการ (Editorial Decision): บรรณาธิการเป็นผู้ตัดสินใจโดยพิจารณารายงานของผู้ประเมิน คุณภาพของต้นฉบับ และคำชี้แจงของผู้นิพนธ์ ในกรณีที่ผลการประเมินขัดแย้งกันอย่างมีนัยสำคัญ บรรณาธิการอาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคนที่ 3 หรือขอความเห็นเพิ่มเติมจากบรรณาธิการหรือกรรมการกองบรรณาธิการที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การตัดสินใจมิได้พิจารณาจากการนับคะแนนเสียงของผู้ประเมินเพียงอย่างเดียว
- การอุทธรณ์ผลการพิจารณา (Appeals): ผู้นิพนธ์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้เมื่อเห็นว่ามีข้อผิดพลาดสำคัญในกระบวนการประเมิน การตีความข้อเท็จจริง หรือการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน โดยต้องยื่นคำอุทธรณ์พร้อมเหตุผลและหลักฐานภายในระยะเวลาที่วารสารกำหนด การไม่เห็นด้วยกับความเห็นทางวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นเหตุผลเพียงพอ บรรณาธิการหรือกรรมการกองบรรณาธิการที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเดิมจะเป็นผู้พิจารณาคำอุทธรณ์ และผลการพิจารณาอุทธรณ์ถือเป็นที่สิ้นสุด
- ต้นฉบับที่เกี่ยวข้องกับบรรณาธิการหรือกองบรรณาธิการ (Editorial Conflicts of Interest): ในกรณีที่บรรณาธิการหรือกรรมการกองบรรณาธิการเป็นผู้นิพนธ์หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับต้นฉบับ บุคคลดังกล่าวต้องถอนตัวจากทุกขั้นตอนของกระบวนการพิจารณา และไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินต้นฉบับ โดยบรรณาธิการหรือกรรมการกองบรรณาธิการท่านอื่นที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินกระบวนการและตัดสินใจแทน
กำหนดการเผยแพร่ (Publication Frequency)
วารสารเผยแพร่ปีละ 4 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 (มกราคม–มีนาคม) ฉบับที่ 2 (เมษายน–มิถุนายน) ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม–กันยายน) และฉบับที่ 4 (ตุลาคม–ธันวาคม) โดยบทความที่ผ่านกระบวนการประเมิน การแก้ไข และการจัดเตรียมต้นฉบับฉบับสมบูรณ์แล้ว จะได้รับการเผยแพร่ออนไลน์ล่วงหน้าในระบบ ThaiJO ก่อนจัดเข้าฉบับตามกำหนด
Language (ภาษาที่รับพิมพ์)
- ภาษาไทย
- ภาษาอังกฤษ
Publisher (เจ้าของ/สำนักพิมพ์)
เครือข่ายสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย
Open Access Policy (นโยบายการเข้าถึงแบบเสรี)
วารสารเผยแพร่บทความในรูปแบบการเข้าถึงแบบเสรีทันที (immediate open access) โดยไม่มีระยะเวลาปิดกั้น ผู้อ่านสามารถเข้าถึง อ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก เผยแพร่ ค้นหา เชื่อมโยง และนำบทความฉบับเต็มไปใช้ต่อได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องลงทะเบียน เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ การเข้าถึง และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับสากล
บทความเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 4.0 ระหว่างประเทศ (Creative Commons Attribution 4.0 International License: CC BY 4.0) ซึ่งอนุญาตให้แบ่งปัน คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง และนำผลงานไปใช้ได้ในทุกรูปแบบและเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ รวมถึงการใช้เชิงพาณิชย์ โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้นิพนธ์และบทความต้นฉบับอย่างเหมาะสม ระบุแหล่งเผยแพร่และสัญญาอนุญาต และแจ้งให้ทราบหากมีการดัดแปลง ทั้งนี้ เนื้อหา ภาพ ตาราง หรือสื่อของบุคคลภายนอกที่ปรากฏในบทความอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขสิทธิที่แตกต่างออกไป หากมีการระบุไว้เป็นการเฉพาะ
ผู้นิพนธ์ยังคงถือครองลิขสิทธิ์ในผลงานและให้สิทธิแก่วารสารในการเผยแพร่ผลงานครั้งแรก ผู้นิพนธ์สามารถนำบทความฉบับที่เผยแพร่แล้วไปจัดเก็บ เผยแพร่ซ้ำ หรือแบ่งปันผ่านคลังข้อมูลสถาบัน เว็บไซต์ส่วนบุคคล หรือแหล่งจัดเก็บทางวิชาการอื่นได้ โดยต้องอ้างอิงบทความต้นฉบับอย่างเหมาะสมและปฏิบัติตามเงื่อนไขของ CC BY 4.0
รายละเอียดอัตรา เงื่อนไข และกำหนดชำระค่าธรรมเนียมปรากฏในหัวข้อ “คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ (Author Guidelines)” นโยบายการเข้าถึงแบบเสรีและสัญญาอนุญาตนี้ใช้กับบทความที่เผยแพร่ตั้งแต่ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป สำหรับบทความที่เผยแพร่ก่อนเวลาดังกล่าว ให้เป็นไปตามเงื่อนไขด้านลิขสิทธิ์และการอนุญาตใช้สิทธิที่ระบุไว้ในบทความแต่ละเรื่อง