จริยธรรมการตีพิมพ์และการจัดการการประพฤติผิด (Publication Ethics and Handling of Misconduct)

วารสารมุ่งรักษาความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของระเบียนทางวิชาการ โดยจัดทำนโยบายนี้ตามหลักจริยธรรมและแนวปฏิบัติของ Committee on Publication Ethics (COPE) ตลอดจนมาตรฐานการวิจัยและการตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง บรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้

  1. จริยธรรมและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ

1.1 การตัดสินใจทางบรรณาธิการ: บรรณาธิการรับผิดชอบในการตัดสินใจรับตีพิมพ์ ขอให้แก้ไข หรือปฏิเสธบทความ โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร ความถูกต้องและคุณภาพทางวิชาการ ความเป็นต้นฉบับ ความสำคัญของข้อค้นพบ และข้อพิจารณาด้านจริยธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติจากเชื้อชาติ สัญชาติ เพศ เพศสภาพ อายุ ศาสนา ความเชื่อ สังกัดสถาบัน หรือสถานะอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของผลงาน

1.2 ความเป็นธรรมและความเป็นอิสระ: บรรณาธิการต้องดำเนินกระบวนการพิจารณาอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากอิทธิพลทางการค้า การเมือง สถาบัน หรือผลประโยชน์ส่วนบุคคล คำตัดสินที่ได้แจ้งแล้วอาจได้รับการทบทวนเมื่อมีการอุทธรณ์ที่มีเหตุผล พบข้อผิดพลาดสำคัญในกระบวนการ หรือปรากฏข้อมูลใหม่ด้านจริยธรรมที่อาจมีผลต่อคำตัดสิน

1.3 การรักษาความลับ: บรรณาธิการต้องเก็บรักษาต้นฉบับ ข้อมูลของผู้นิพนธ์ รายงานของผู้ทรงคุณวุฒิ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาไว้เป็นความลับ และต้องไม่นำข้อมูลหรือข้อค้นพบจากบทความที่ยังไม่ได้เผยแพร่ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน

1.4 ผลประโยชน์ทับซ้อน: หากบรรณาธิการมีความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ที่อาจกระทบหรือก่อให้เกิดข้อสงสัยต่อความเป็นกลาง บรรณาธิการต้องเปิดเผยและถอนตัวจากการดำเนินการกับบทความนั้น โดยมอบหมายให้บรรณาธิการอื่นที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนรับผิดชอบแทน

1.5 การจัดการข้อร้องเรียนและข้อกล่าวหา: เมื่อได้รับข้อร้องเรียนหรือพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการประพฤติผิด บรรณาธิการต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรม เป็นความลับ และเหมาะสมกับพยานหลักฐาน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง และอาจประสานงานกับสถาบันต้นสังกัด หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้ทุน วารสารอื่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อจำเป็น

1.6 จริยธรรมการวิจัยและข้อมูลส่วนบุคคล: บรรณาธิการต้องตรวจสอบว่าการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ได้รับการรับรองหรือได้รับการยกเว้นการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมที่มีอำนาจ ตามที่กฎหมายและมาตรฐานของสาขากำหนด การเผยแพร่ข้อมูล ภาพ หรือรายละเอียดที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ต้องได้รับความยินยอมที่เหมาะสม หรืออยู่ภายใต้ข้อยกเว้นที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1.7 การรักษาความถูกต้องของระเบียนทางวิชาการ: เมื่อพบข้อผิดพลาดหรือปัญหาที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของบทความ บรรณาธิการต้องดำเนินการอย่างเหมาะสม เช่น การเผยแพร่คำแก้ไข การแสดงข้อกังวล หรือการเพิกถอนบทความ โดยประกาศดังกล่าวต้องเข้าถึงได้ เชื่อมโยงกับบทความเดิม และระบุเหตุผลอย่างชัดเจน

รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการประเมิน การอุทธรณ์ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้เป็นไปตามนโยบายการพิจารณาบทความและนโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ของวารสาร

  1. จริยธรรมและความรับผิดชอบของผู้ทรงคุณวุฒิ

2.1 การสนับสนุนคำตัดสินทางบรรณาธิการ: ผู้ทรงคุณวุฒิมีหน้าที่ประเมินคุณภาพ ความถูกต้อง ความเข้มแข็งของระเบียบวิธีวิจัย ความสำคัญของข้อค้นพบ และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร พร้อมให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจน มีเหตุผล และสร้างสรรค์

2.2 ความเหมาะสมและความตรงต่อเวลา: หากผู้ทรงคุณวุฒิไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอหรือไม่สามารถประเมินให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องแจ้งบรรณาธิการและปฏิเสธคำเชิญโดยเร็ว

2.3 การรักษาความลับ: ผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่นำต้นฉบับหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ภายนอกที่วารสารไม่ได้อนุมัติ หรือระบบที่ไม่สามารถรับรองการรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูลได้ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ระหว่างการประเมินต้องเป็นไปตามนโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ของวารสาร

2.4 ความเที่ยงธรรม: ผู้ทรงคุณวุฒิต้องประเมินบทความจากเนื้อหาและหลักฐานทางวิชาการ โดยหลีกเลี่ยงถ้อยคำดูหมิ่น การโจมตีส่วนบุคคล และอคติที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของผลงาน หากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการลอกเลียน การสร้างหรือปลอมแปลงข้อมูล การบิดเบือนข้อมูล การดัดแปลงภาพ การอ้างอิงที่ไม่เหมาะสม หรือการประพฤติผิดอื่น ต้องแจ้งบรรณาธิการโดยไม่ดำเนินการสอบสวนผู้นิพนธ์ด้วยตนเอง

2.5 ผลประโยชน์ทับซ้อน: ผู้ทรงคุณวุฒิต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ทางวิชาการ วิชาชีพ การเงิน ส่วนบุคคล หรือการแข่งขันที่อาจกระทบหรือก่อให้เกิดข้อสงสัยต่อความเป็นกลาง และต้องถอนตัวจากการประเมินเมื่อไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระและเป็นธรรมได้

  1. จริยธรรมและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์

3.1 ความเป็นต้นฉบับและการอ้างอิง: ผู้นิพนธ์ต้องเสนอผลงานที่เป็นต้นฉบับของตนเอง และอ้างอิงข้อความ แนวคิด ข้อมูล ภาพ ตาราง เครื่องมือ หรือผลงานของผู้อื่นอย่างถูกต้อง การลอกเลียน การนำผลงานเดิมของตนเองกลับมาใช้โดยไม่เปิดเผย หรือการอ้างอิงแหล่งที่ไม่มีอยู่จริงถือเป็นการประพฤติผิดทางวิชาการ

3.2 การส่งและเผยแพร่ซ้ำซ้อน: ผู้นิพนธ์ต้องไม่ส่งบทความเดียวกันหรือบทความที่มีเนื้อหาซ้ำซ้อนอย่างมีสาระสำคัญไปยังวารสารมากกว่าหนึ่งแห่งพร้อมกัน ต้องเปิดเผยผลงานเดิมที่เกี่ยวข้องและอธิบายความแตกต่างของบทความที่ส่งใหม่เมื่อวารสารร้องขอ

3.3 ความเป็นผู้นิพนธ์และการมีส่วนร่วม: ผู้มีชื่อเป็นผู้นิพนธ์ต้องมีคุณสมบัติครบทุกประการ ได้แก่ มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการกำหนดแนวคิดหรือออกแบบการศึกษา หรือในการเก็บ วิเคราะห์ หรือตีความข้อมูล มีส่วนร่วมในการร่างหรือทบทวนบทความในส่วนที่มีสาระสำคัญทางวิชาการ อนุมัติต้นฉบับฉบับสุดท้าย และยอมรับความรับผิดชอบต่อความถูกต้องและความซื่อสัตย์ของผลงาน ผู้มีส่วนร่วมที่ไม่ครบเกณฑ์ควรได้รับการระบุในกิตติกรรมประกาศตามความเหมาะสม ผู้นิพนธ์ผู้รับผิดชอบบทความต้องตรวจสอบว่ารายชื่อและลำดับผู้นิพนธ์ได้รับความเห็นชอบจากผู้นิพนธ์ทุกคน การเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลงลำดับผู้นิพนธ์ภายหลังการส่งบทความต้องมีเหตุผลและได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้นิพนธ์ทุกคน

3.4 ความถูกต้องของข้อมูลและการรายงาน: ผู้นิพนธ์ต้องรายงานวิธีดำเนินการและผลการวิจัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ห้ามสร้าง ปลอมแปลง บิดเบือน เลือกรายงาน หรือตกแต่งข้อมูลและภาพในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และควรปฏิบัติตามแนวทางการรายงานที่เหมาะสมกับรูปแบบการศึกษา

3.5 จริยธรรมการวิจัย: การวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ต้องได้รับการรับรองหรือได้รับการยกเว้นการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมที่มีอำนาจก่อนดำเนินการ และต้องระบุชื่อคณะกรรมการ เลขที่รับรองหรือเลขที่ยกเว้นการพิจารณา และข้อมูลเกี่ยวกับความยินยอมตามความเหมาะสม การวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรี สิทธิ ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการรักษาความลับของผู้เข้าร่วม รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานเฉพาะของสาขาที่เกี่ยวข้อง

3.6 แหล่งทุนและผลประโยชน์ทับซ้อน: ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยแหล่งทุน บทบาทของผู้ให้ทุน และความสัมพันธ์ทางการเงินหรือมิใช่การเงินที่อาจมีอิทธิพลต่อการออกแบบ การดำเนินการ การตีความ หรือการรายงานผลการศึกษา หากไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนต้องระบุไว้อย่างชัดเจน

3.7 ข้อมูลและหลักฐานประกอบ: ผู้นิพนธ์ต้องเก็บรักษาข้อมูลและหลักฐานที่สนับสนุนข้อค้นพบตามระยะเวลาที่เหมาะสม และให้ข้อมูลแก่บรรณาธิการเมื่อจำเป็นต่อการตรวจสอบ โดยคำนึงถึงความยินยอมของผู้เข้าร่วม การรักษาความลับ จริยธรรมการวิจัย สิทธิในข้อมูล และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้นิพนธ์ควรระบุข้อความแจ้งการเข้าถึงข้อมูล (Data Availability Statement) ในบทความ โดยชี้แจงว่าข้อมูลเปิดเผยในคลังข้อมูลสาธารณะ ขอรับได้จากผู้นิพนธ์ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม หรือไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว กฎหมาย หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง

3.8 การใช้ปัญญาประดิษฐ์: ปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถได้รับการระบุเป็นผู้นิพนธ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ต้องได้รับการเปิดเผยและเป็นไปตามนโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ของวารสาร

3.9 การแก้ไขภายหลังการเผยแพร่: หากพบข้อผิดพลาดสำคัญหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของบทความ ผู้นิพนธ์ต้องแจ้งบรรณาธิการโดยเร็วและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ การแก้ไข การแสดงข้อกังวล หรือการเพิกถอนบทความตามความเหมาะสม

  1. การจัดการการประพฤติผิด

การประพฤติผิดครอบคลุมการสร้าง ปลอมแปลง หรือบิดเบือนข้อมูล การลอกเลียน การเผยแพร่ซ้ำ การแบ่งผลงานวิจัยชุดเดียวออกเป็นหลายบทความอย่างไม่เหมาะสม (salami slicing) การจัดการรายชื่อผู้นิพนธ์โดยมิชอบ การละเมิดจริยธรรมการวิจัย การปกปิดผลประโยชน์ทับซ้อน การแทรกแซงหรือบิดเบือนกระบวนการประเมิน การละเมิดความลับ การผลิต การซื้อ การขาย หรือการจัดหาบทความโดยกระบวนการไม่สุจริตอย่างเป็นระบบ รวมถึงการดำเนินการโดยโรงงานผลิตบทความ (paper mills) และการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างไม่เหมาะสม

เมื่อได้รับข้อกล่าวหาที่มีข้อมูลหรือหลักฐานเพียงพอ วารสารจะดำเนินการอย่างเป็นกลาง เป็นความลับ และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและแสดงหลักฐาน วารสารอาจขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ระงับกระบวนการพิจารณาไว้ชั่วคราว หรือติดต่อสถาบันต้นสังกัด หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้ทุน วารสารอื่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อข้อกังวลมีความน่าเชื่อถือและร้ายแรง เมื่อเรื่องดังกล่าวอยู่นอกอำนาจสอบสวนของวารสาร หรือเมื่อผู้เกี่ยวข้องไม่ตอบสนองหรือไม่สามารถให้คำชี้แจงที่สมเหตุสมผล

การดำเนินการของวารสารอาจรวมถึงการยุติข้อกล่าวหา การขอให้แก้ไข การปฏิเสธต้นฉบับ การเผยแพร่คำแก้ไข (Correction) การแสดงข้อกังวล (Expression of Concern) หรือการเพิกถอนบทความ (Retraction) โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง ความร้ายแรง ผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระเบียนทางวิชาการ และแนวทางของ COPE ทั้งนี้ การเพิกถอนบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขระเบียนทางวิชาการ มิใช่เพื่อลงโทษผู้นิพนธ์