ผลของโปรแกรมเซิ้งแอโรบิกประยุกต์ต่ออัตราการใช้ออซิเจนสูงสุดของนักศึกษาหญิงระดับมหาวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของโปรแกรมเซิ้งแอโรบิกประยุกต์ต่อ ค่าประมาณการอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด (estimated VO2max) ของนักศึกษาหญิง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาหญิง อายุระหว่าง 19–22 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จำนวน 30 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน ได้แก่ กลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง กลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมเซิ้งแอโรบิกประยุกต์ โดยกำหนดความหนักของการฝึกที่ร้อยละ 70–80 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 50 นาที ประเมิน ค่าประมาณการอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด (estimated VO2max) ด้วยแบบทดสอบ YMCA 3-minute Step Test วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างด้วยสถิติค่าที ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการฝึก 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมี ค่าประมาณการอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการฝึก และมีค่าสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมเซิ้งแอโรบิกประยุกต์สามารถพัฒนาความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงอาจนำไปประยุกต์ใช้เป็นรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายในระดับอุดมศึกษาได้อย่างเหมาะสม
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย ถือเป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
American College of Sports Medicine. (2021). ACSM's guidelines for exercise testing and prescription (11th ed.). Wolters Kluwer.
Bussamongkhon P, Thonglong T. (2024). The Effects of Traditional Thai Northeastern Dance Exercise Program on Health – Physical Fitness in Elderly of Thailand: A Randomized Controlled Trial. JEPonline, 27(1), 49-61.
Fong Yan, A., Cobley, S., Chan, C., Pappas, E., Nicholson, L., Ward, R. E., & Murdoch, R. (2018). The effectiveness of dance interventions on physical health outcomes compared to other forms of physical activity: A systematic review and meta-analysis. Sports Medicine, 48(4), 933–951. https://doi.org/10.1007/s40279-017-0853-5
Guthold, R., Stevens, G. A., Riley, L. M., & Bull, F. C. (2020). Global trends in insufficient physical activity among adolescents. The Lancet Child & Adolescent Health, 4(1), 23–35.
Janyacharoen T, Phusririt C, Angkapattamakul S, Hurst CP, Sawanyawisuth K. (2015). Cardiopulmonary effects of traditional Thai dance on menopausal women: a randomized controlled trial. J Phys Ther Sci, 27(8), 2569-72.
Kenney, W. L., Wilmore, J. H., & Costill, D. L. (2023). Physiology of sport and exercise (8th ed.). Human Kinetics.
Patel, P. N., Horenstein, M. S., & Zwibel, H. (2024). Exercise physiology. In StatPearls. StatPearls Publishing.
Rodrigues-Krause J, Krause M, Reischak-Oliveira A. (2019). Dancing for Healthy Aging: Functional and Metabolic Perspectives. Altern Ther Health Med, 25(1), 44-63.
Ross, R., Blair, S. N., Arena, R., Church, T. S., Després, J. P., Franklin, B. A., ... Wisløff, U. (2016). Importance of assessing cardiorespiratory fitness in clinical practice: An update. Circulation, 145, e725–752. https://doi.org/10.1161/CIR.0000000000001059
Thonglong, T., Supwirapakorn, W., & Singnoy, C. (2025). La eficacia de un programa de ejercicios tradicionales tailandeses para la salud, la aptitud física y el equilibrio en adultos mayores. Retos, 71, 780-787. https://doi.org/10.47197/retos.v71.117299
World Health Organization. (2020). WHO guidelines on physical activity and sedentary behaviour. WHO.
World Health Organization. (2022). Global status report on physical activity 2022. WHO.